่งจนเจ้าไม่สามารถสัมผัสได้!” คำพูดของลู่เฉินทำให้กระดูกภูตพรายร้อนใจขึ้นมาและอยากจะออกไป
ทว่าลู่เฉินที่เห็นสิ่งนี้กับเผยยิ้มเย็นชา เขาพูดเสียงเรียบว่า “เมื่อเข้ามาแล้ว… เช่นนั้นก็ไม่ต้องออกไป!”
“เจ้า… เจ้าต้องการอะไร?”
“บอกมา เหตุใดเจ้าจึงคอยอาศัยอยู่ในร่างกายของคนตระกูลหลัน!” ลู่เฉินรู้ดีว่ากระดูกภูตพรายมักสิงสู่ในร่างของมนุษย์ที่มีรากวิญญาณระดับสูง กับอีกประการคือ… คนในตระกูลหลันมักมีอาการ ‘ป่วย’ เช่นนี้ นั่นหมายความว่ากระดูกภูตพรายชอบรากวิญญาณของพวกเขามาก!
ดังนั้นลู่เฉินจึงต้องการรู้ว่ารากวิญญาณของตระกูลหลันกับผู้อื่นแตกต่างกันเช่นไร รวมทั้งพันธมิตรรากวิญญาณนั่นด้วย เหตุใดคนพวกนั้นจึงต้องการรากวิญญาณของหลันเย่า?!
แต่กระดูกภูตพรายยังคงดื้อดึง “ข้า… ทำไมข้าถึงต้องบอกเจ้า?”
“เจ้าอยากลองเผชิญคำสาปภูตหรือไม่?”
กระดูกภูตพรายไม่รู้ว่าคำสาปภูตที่ลู่เฉินพูดถึงคือสิ่งใด ดังนั้นมันจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงโมโห
“ข้าไม่กลัว!”
“โอ้? จริงนะ? เช่นนั้นย่อมได้! เจ้าจงค่อย ๆ สัมผัสกับมันแล้วกัน!”
ลู่เฉินทอดกายลงนั่งและค่อย ๆ หลับตาลง ในขณะที่กระดูกภูตพรายซึ่งถูกขังไว้ภายในร่างกายของลู่เฉินก็สัมผัสได้ถึงการกระทำแปลก ๆ นี้ของชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะท่องคาถาที่มีภาษาแปลก ๆ ออกมา!
จากนั้นกระดูกภูตพรายก็พลันถูกโซ่ตรวนภูตผีพันล้อมไว้ ทำให้มันเจ็บปวดมากจนร้องตะโกนออกมา “เร็ว! รีบ… รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
“อยากใ