ห้ข้าปล่อยเจ้ารึ เช่นนั้นก็ต้องดูว่าเจ้าให้ความร่วมมือหรือไม่?!”
“เจ้าคิดจะทำอันใด?”
“เชื่อฟัง และตอบคำถามข้า!”
“เชื่อฟังเจ้า? หมายความเช่นไร? กระดูกภูตพรายถามด้วยความสงสัย แต่ลู่เฉินกลับแสยะยิ้มออกมา “ข้าต้องการประทับตราภูตผีลงบนร่างของเจ้า!”
“ประทับตราภูตผี? เจ้า เจ้าสามารถทำเป็นได้เช่นไร!” กระดูกภูตพรายร้อนใจขึ้นมา เพราะมันรู้ดีว่าตราประทับภูตผีเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงการควบคุมชนิดหนึ่ง เมื่อถูกประทับ ตัวมันจะไม่สามารถทรยศอีกฝ่ายได้ และยังต้องเชื่อฟังอีกฝ่ายด้วย
กระดูกภูตพรายจึงกระวนกระวายขึ้นมา
“เจ้าไม่จำเป็นต้องถามข้าว่าเหตุใดข้าจึงทำได้ เจ้าแค่เลือกมาว่าตกลงหรือไม่… ถ้าหากไม่ ข้าก็จะทำลายเจ้าทันที แต่ถ้าเจ้าตกลง ข้าก็จะประทับตราให้เจ้า!”
เมื่อได้ฟังดังนั้น กระดูกภูตก็พลันตื่นตระหนกขึ้นมา
ลู่เฉินแสยะยิ้มพลางเอ่ยว่า “ข้าจะให้เวลาเจ้าสิบลมหายใจ!”
จบประโยคนั้น กระดูกภูตพรายก็กระวนกระวายใจ “ข้าตกลง!”
“เช่นนั้นก็จงปล่อยใจให้สบาย อย่าต่อต้าน”
จากนั้นลู่เฉินก็นำอักขระยันต์แสงทองออกมา และวางไว้บนหน้าผากของอีกฝ่าย หลังจากนั้นลู่เฉินจึงเก็บโซ่ตรวนกลับมาพลางเอ่ยว่า “ออกมาได้แล้ว!”
กระดูกภูตพรายรีบออกมาจากภายในร่างกายของลู่เฉินทันที มันจ้องมายังลู่เฉินพลางถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้า เจ้าเป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงสามารถฟังภาษาของข้าเข้าใจ!”
“ไม่ใช่แค่ภาษาภูตผีเท่านั้น แต่ภาษาแมลง ภาษาสัตว์อส