้าจำเป็นต้องใช้เจ้า ข้าถึงจะให้เจ้าออกมา”
“ขอรับ” กระดูกภูตพรายถอนหายใจและรีบเข้าไปทันที
หลังจากลู่เฉินเก็บอักขระยันต์แล้ว เขาก็เดินไปข้าง ๆ หลันเย่า
หลันเย่าไม่รู้เลยว่าเมื่อครู่พวกเขาคุยอะไรกัน ดังนั้นสีหน้าจึงเต็มไปด้วยความสงสัย “เมื่อครู่นี้พวกท่านพูดภาษาอะไรกัน!”
“เจ้ายังมีเวลาสนใจเรื่องพวกนี้หรือ ไม่สู้เจ้าเอาเวลาไปคิดเรื่องจะหลอมรวมรากวิญญาณเช่นไรยังจะดีกว่า”
“อะไรนะ? มีปัญหางั้นหรือ?”
“ขั้นตอนการหลอมรวมนั้นอาจยากลำบากบ้าง ทางที่ดีเจ้าควรเตรียมใจไว้”
หลันเย่าร้อนใจทันที “เหตุใดจึงอาจเกิดปัญหา?”
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน”
“ท่าน… ตอนแรกท่านไม่ได้บอกแบบนี้!” หลันเย่าหวาดกลัว แต่ลู่เฉินไม่มีโอกาสให้เขาเลือก และหลังจากที่วางมันไว้บนไหล่ของอีกฝ่ายแล้ว ชายหนุ่มก็พลันปล่อยกระแสพลังปราณสีดำเข้าไป
กระแสพลังปราณสีดำนี้แปลงกายเป็นรูปมือ ก่อนจะยัดรากวิญญาณเข้าไปภายใน
และเป็นเพราะหลันเย่าไม่สามารถขยับได้ ถ้าไม่เช่นนั้น… ป่านนี้เขาคงลุกหนีไปแล้ว!
แต่ถึงจะขยับไม่ได้ ทว่าเขาก็ยังคงตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลอาบสองแก้ม เหงื่อผุดพรายออกมาทั่วทั้งหน้าผาก
“เป็นชายอกสามศอกแท้ ๆ เหตุใดจึงขี้แยนัก?!”
“ข้า…” อันที่จริงหลันเย่าก็ไม่อยากเป็นเช่นนั้น ทว่าน้ำตาก็ยังคงไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้อยู่ดี!
จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ลู่เฉินจึงใช้ ‘คาถาผนึกงาน’ บนไหล่ ทำให้ไม่มีผู้ใดรู้ได้ว่ารากวิญญาณของเขา