งระดับสวรรค์ก็เทียบเท่าได้กับผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้
ด้วยเหตุนี้ หากอยากได้ผนึกแมลงจากแมลงระดับสวรรค์ สำหรับหลันเย่าที่เป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานแล้วก็นับว่าเป็นสิ่งที่กินแรงมาก
แต่สำหรับลู่เฉินนั้นมันไม่มีค่าอะไร เขาจึงโยนมันให้หลันเย่า
หลันเย่าพลันชะงักไปครู่หนึ่ง “ให้ข้าหรือ?”
”คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะฝึกฝนวิชาควบคุมแมลง ดังนั้นของสิ่งนี้ย่อมเหมาะกับเจ้าไม่น้อย” ลู่เฉินตอบกลับ ทำให้หลันเย่ามีท่าทีตื่นเต้นยิ่ง เขากล่าวว่า “ขอบพระคุณขอรับผู้อาวุโส”
ทว่าลู่เฉินไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เขาเพียงเดินหน้าต่อไปเท่านั้น
ฮวาหลิงมู่เองก็รีบตามไป
เมื่อหลันเย่าเห็นว่าลู่เฉินสามารถสังหารแมลงระดับสวรรค์ได้อย่างง่ายดายก็มีความสุขมาก และไม่สนใจอีกแล้วว่าลู่เฉินจะไปเผชิญพื้นที่อันตรายใดอีก!!
….
วันต่อมา
ลู่เฉินยืนอยู่บนยอดเขาพลางมองไปยังหมอกสีเขียวและต้นไม้สูงตระหง่านตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม “ที่นี่แหละ!”
แต่หลันเย่าที่ได้ยินกลับตกใจจนแทบเสียสติ เขากล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า “น… นะ… นี่คือเขตหวงห้ามวิญญาณพฤกษาในตำนาน?”
“เขตหวงห้ามวิญญาณพฤกษา?” ลู่เฉินมองหลันเย่าด้วยความประหลาดใจ
หลานเย่าพยักหน้าแล้วอธิบายว่า “มีข่าวลือว่าในเขตที่หกมีป่าที่ห้อมล้อมด้วยหมอกสีเขียว แต่ไม่เคยมีใครออกมาจากที่นั่นแบบมีชีวิต เพราะทุกคนที่เห็นมันล้วนตายไปแล้ว”
”เห็นแล้วต้องตาย?”
“ใช่!”
ลู่เฉินคล้ายจะสนใจยิ่งนัก “ขอข้าดูก่อน”
จากนั้นชายหนุ่มก็