ะบี่ของเขากวาดไปทั่ว จากนั้นปราณกระบี่เหล่านี้ก็โจมตีเข็มบินจนกระเด็นออกไปทีละเล่ม แต่ลู่เฉินรู้ดีว่านี่ไม่ใช่หนทาง!
ชายหนุ่มจึงโจมตีไปพลางเด็ดใบไม้ไปพลาง
ครู่ต่อมา ชายหนุ่มและฮวาหลิงมู่ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาจำนวนนับไม่ถ้วนและวิ่งไปรอบ ๆ
สิ่งนี้ทำให้ดวงตาของตู๋ซานชิงเบิกกว้าง “นี่… นี่มันเรื่องอันใดกัน!”
จางเชียนเองก็ตกตะลึง “นี่… นี่มันคืออะไร?”
ลู่เฉินเคยใช้เคล็ดลวงตามาก่อน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่หนานเหยาและทั้งสองคนได้เห็น ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกเหลือเชื่ออย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจางเชียนที่เมื่อเห็นกลุ่มของ ‘ลู่เฉิน’ และ ‘ฮวาหลิงมู่’ วิ่งไปมา พวกเขาก็ได้แต่กระวนกระวายใจ
“ต้องไล่ตามตัวไหน?” ตู๋ซานชิงถามอย่างกังวลใจ
จางเชียนพลันหงุดหงิดขึ้นมา “เลือกมาสักคน!”
ตู๋ซานชิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากควบคุมกระบี่และบินไปทิศทางหนึ่ง
ทว่าจะทำอย่างไรได้เล่า? ตัวจริงของลู่เฉินและฮวาหลิงมู่นั้นได้ไปที่อื่นเสียแล้ว!
ไม่นานนักร่างจำแลงเหล่านั้นก็หายเข้าไปในป่าทึบ
ฮวาหลิงมู่มีท่าทีละอายใจ นางกล่าวว่า “พี่ใหญ่ประหลาด ล้วนเป็นข้าที่เป็นตัวถ่วงเจ้า!”
“พูดอะไรเนี่ย!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะข้า เจ้าก็เพิกเฉยต่อการโจมตีของพวกเขาได้ แต่พอมีข้า เจ้าต้องปกป้องข้า ดังนั้น…” ฮวาหลิงมู่พูดด้วยเสียงเคร่งขรึม
ลู่เฉินมองนางด้วยรอยยิ้ม “ขั้นหลอมแก่นแท้นั้นบินขึ้นไปบนฟ้าได้ในพริบตา เจ้าคิดว่าข้าจะจัดการกับพวกมันได้ง่ายดายหรือ?”