ันเก่งกาจเช่นนั้นเลยหรือ?”
“วิชาคัดสรรศพ หรือที่เรียกว่า ‘วิชาศพสวรรค์’ สามารถรับกลิ่นไอซากศพได้อย่างรวดเร็วผ่านซากศพที่เสียชีวิตได้ไม่นาน” ลู่เฉินอธิบาย
เจี่ยลัวทั้งเชื่อและสงสัยในคราเดียวกัน ซึ่งหลังจากลู่เฉินได้สอนวิชานี้แล้ว เจี่ยลัวก็ออกไปยังบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาร่างของซากศพและทำการทดลอง
ส่วนฮวาหลิงมู่ เมื่อบัดนี้เหลือเพียงนางคนเดียว เด็กสาวก็ได้เอ่ยถามขึ้นมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “พี่ใหญ่ประหลาด พวกเขาไปกันหมดแล้ว เหลือเพียงแค่ข้า”
“เช่นไร? เจ้าก็อยากออกไปหรือ?”
ฮวาหลิงมู่พยักหน้ารับ “ที่นี่น่าเบื่อเกินไป!”
“ยังจำแก่นหทัยพฤกษาควบแน่นที่ข้าสอนได้อยู่หรือไม่?”
“จำได้!”
“ที่แดนวิญญาณแห่งนี้ เพียงแค่หาสถานที่ที่เหมาะสมได้ เจ้าก็จะสามารถทำการฝึกฝนอย่างสงบได้”
“ที่ใด?” ฮวาหลิงมู่อยากรู้ขึ้นมาทันที
“ไม่ต้องรีบ ไปนำแผนที่มาก่อน”
“แผนที่?”
“ที่นี่ ในทุก ๆ ช่วงเวลาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น ดังนั้นการหาแผนที่ในช่วงไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานั้นจึงสำคัญที่สุด” ครั้นลู่เฉินเอ่ยจบก็เดินนำฮวาหลิงมู่ออกไปตามถนน
เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินก็พบร้านขายของชำแห่งหนึ่ง
ที่นี่ต้องมีแผนที่ที่ลู่เฉินต้องการอย่างแน่นอน
เถ้าแก่ของที่นี่เป็นชายชราคนหนึ่ง เรือนผมสีขาว และมีตาเพียงข้างเดียว
เมื่อเถ้าแก่เห็นทั้งสองเดินเข้ามา เขาก็จ้องมองคนทั้งสองพลางยิ้มและเอ่ยถามว่า “ท่านทั้งสอง ต้องการอะไรหรือ?”
“แ