นอกเมืองจึงรีบเรียกหนิวเถิงมาทันที “เจ้ารีบไปดูว่าปรมาจารย์ลู่กำลังคิดจะทำสิ่งใด”
“ขอรับ” หนิวเถิงขานรับและรีบหมุนตัวออกไป
เวลาล่วงเลยไปพักหนึ่ง หนิวเถิงก็ได้พบลู่เฉินบริเวณใกล้ ๆ ประตูเมืองในระหว่างพวกเขาที่กำลังจะออกไป เขาจึงรีบเข้าไปหาทันที “ปรมาจารย์ลู่ ท่าน…?”
“ข้าจะออกไปทำธุระเสียหน่อย สำหรับคฤหาสน์นั่น ช่วยดูแลแทนข้าชั่วคราว อย่าให้ใครเข้าไป ถ้าหากพวกเขาเข้าไป ก็คงจะไม่สามารถออกมาได้อีก” ลู่เฉินคิดให้คำเตือน
หนิวเถิงที่ได้ยินก็ขานรับด้วยความยินดี “ขอรับ ข้าจะย้ำเตือนกับทหารยามแน่นอน”
ลู่เฉินส่งเสียงอืมตอบรับ จากนั้นจึงกล่าวลา
ส่วนหนิวเถิง เขารีบกลับไปยังจวนเจ้าเมืองเพื่อไปแจ้งให้ว่านจินทราบเรื่องทันที
เมื่อว่านจินได้ยินเรื่องดังกล่าว เจ้าตัวก็รู้สึกแปลกใจ “เขาจะกลับมาเมื่อไหร่?”
“ไม่ทราบขอรับ บอกเพียงแค่ว่าให้ข้าน้อยห้ามให้ผู้ใดเข้าไป เพราะถ้าหากเข้าไปก็จะไม่สามารถออกมาได้” หนิวเถิงอธิบาย
“เพราะเหตุใด?” ว่านจินสงสัย
หนิวเถิงเกาหัวด้วยความสงสัย “ข้าน้อยได้ยินมาว่า คฤหาสน์นั่นจัดวางค่ายกลจำนวนไม่น้อย เช่นนั้น…”
ว่านจินแปลกใจขึ้นมา “ค่ายกล ใครจัดกัน?”
“เขาจัดเอง”
“เขา?” ว่านจินไม่เชื่อ หนิวเถิงจึงอธิบายต่อ “ผู้น้อยได้ยินมาว่า แม้แต่โจวกังยังบอกว่าเขาเป็นผู้มีความสามารถด้านค่ายกล!”
“โจวกัง? โจวกังไหน?”
“คนของสำนักค่ายกลสวรรค์ท่านนั้น”
ว่านจินประหลาดใจขึ้นมาทันที “ปรมาจารย์ค่ายกล