ผู้นั้น? แสดงว่าเขาไม่ธรรมดาเลย! แม้แต่โจวกังยังนับถือ!”
“เจ้าเมือง เช่นนั้นข้าน้อย?” หนิวเถิงอยากจะขอตัว แต่ว่านจินกลับเอ่ยเตือน “ไปเถอะ ไปล้อมรอบบริเวณใกล้ ๆ คฤหาสน์นั่นไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้าใกล้จนกระทั่งเขาจะกลับมา”
“ขอรับ!” หนิวเถิงขานรับก่อนจะออกไป
ว่านจินได้แต่พึมพำกับตัวเอง “ชายผู้นี้ช่างแปลกเสียจริง”
….
ลู่เฉินและคนอื่น ๆ ต่างก็เดินทางมาไกลแล้ว แต่ขณะที่โจวกังใช้จิตสัมผัสขั้นก่อกำเนิดกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เขาก็ได้เอ่ยเตือนลู่เฉินขึ้นมา “สองคนนั้นกำลังตามมาด้านหลัง”
“ข้ารู้” ลู่เฉินยิ้ม
“เช่นนั้นเจ้าไม่กลัวพวกเขาแอบโจมตีเจ้าหรือ?” โจวกังทราบดีว่าหากผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดสองคนคิดจะกำจัดผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานคนหนึ่ง มันก็คงง่ายราวกับการคิดจะบี้มดสักตัว
“มีเจ้าอยู่ไม่ใช่หรือ?”
“ตัวต่อตัว ข้าสามารถต้านพวกเขาได้ แต่ถ้าหากพวกเขาโจมตีอย่างกะทันหัน มากสุดข้าก็แค่ปกป้องตัวเองได้ ส่วนท่าน…” โจวกังมีสีหน้าสลดลงไป
ลู่เฉินยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ “เจ้ามีธงค่ายกลไม่ใช่หรือ? เหตุใดถึงไม่หยิบออกมา?”
“ธงค่ายกล…” สิ่งนี้ถือเป็นของรักของโจวกังเลยก็ว่าได้ และครั้งนั้นเป็นเพราะว่าใช้ในสำนักพฤกษาสวรรค์ ทำให้ธงเขาได้รับความเสียหายเล็กน้อย และแม้มันจะฟื้นขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้ว ทว่าเขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าแปลก ๆ ออกมา
“ข้าเอาออกมาก็ได้”
โจวกังไม่อาจขัดขืนคำพูดของลู่เฉินได้ ทำได้เพียงหยิบธงด้านสีดำขึ้น