ดท้ายก็ใช้พละกำลังที่เหลือบดขยี้ยันต์
แต่ในขณะที่มันถูกบดขยี้ สายฟ้าก็พลันวาบขึ้นกลางอากาศ
เสี่ยเจี้ยนไหม้เกรียมคาที่ แต่ยันต์นั้นยังคงมีผล จึงทำให้เขาหายไปอย่างสมบูรณ์
เถียนอวิ๋นเมิ่งตกใจจนแทบเสียสติ ก่อนที่นางจะรีบใช้ยันต์เพื่อทำให้นางกลายเป็นเงามารสายหนึ่ง
ทว่าผลลัพธ์ก็เหมือนกับเสี่ยเจี้ยน สายฟ้าเช่นเดิมพลันเปล่งแสงสว่างวาบ เสียงกรีดร้องของนางจึงดังขึ้นก่อนที่นางจะหายไปเช่นกัน
ลู่เฉินเดินออกมาจากห้อง และเอ่ยอย่างปลงอนิจจังว่า “คุยกันดี ๆ ก็ได้ เหตุใดถึงต้องจบลงอย่างน่าสมเพชเช่นนี้?”
หนานเหยาจ้องมองไปที่ค่ายกลบนท้องฟ้าแล้วก็ถึงกับตัวสั่นเทา “ค่ายกลของท่านช่างโหดร้ายจริง ๆ!”
”ถ้าพวกเขาถอนกำลังออกไปเร็วกว่านี้ พวกเขาก็คงจะไม่ถูกฟ้าผ่า” ลู่เฉินหัวเราะอย่างเย็นชา โดยไม่แสดงความสงสารแม้แต่น้อย
หนานเหยาถามอย่างสงสัยว่า “ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาสองคน และตอนนี้จะเป็นเช่นไร?”
เป็นเช่นไร? ก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว!
แน่นอนว่าหลังจากที่พวกเขาทั้งสองสำแดงยันต์ลี้มาร พวกเขาก็ถูกส่งไปยังจุดรวมพลที่ตั้งไว้ล่วงหน้านอกเมือง
ดังนั้นเมื่อทั้งสองปรากฏตัวขึ้น ร่างของคนทั้งคู่ก็เต็มไปที่ฝุ่นควัน
เสี่ยเจี้ยนมีระดับขั้นพลังสูงหน่อยจึงพอหยัดกายลุกขึ้นได้ แต่เถียนอวิ๋นเมิ่งนั้นน่าสังเวชยิ่ง
นางนอนตะแคงและกำลังร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดว่า “ศิษย์พี่ เหตุใดตัว… ตัวข้าจึงไม่มีความรู้สึก?”
”เจ้า!” ใ