บหน้าที่เปื้อนเลือดของเสี่ยเจี้ยนจ้องมองเถียนอวิ๋นเมิ่งซึ่งถูกปกคลุมไปด้วย ‘ถ่านดำ’
”ข้า… ข้าเป็นอะไรไป?” เถียนอวิ๋นเมิ่งในยามนี้ร่างกายเป็นอัมพาตไปแล้ว นางไม่สามารถขยับตัวได้ชั่วคราว นางจึงตื่นตระหนกอย่างมากในเวลานี้
แววตาของเสี่ยเจี้ยนฉายความเคร่งขรึมขึ้นมา “ฟัน… หายไปหลายซี่… ใบหน้า… ไหม้เกรียม… แขนขา… ข้าเกรงว่า..”
”เกรงว่าอะไร?” แววตาของเถียนอวิ๋นเมิ่งราวกับจะฆ่าคนได้อย่างไรอย่างนั้น
”อาจจะ ต้องตัดแขนขา…” สิ้นคำพูดของเสี่ยเจี้ยน เถียนอวิ๋นเมิ่งพลันกรีดร้องออกมา “ข้า ข้าจะฆ่าหมอเทวดาคนนั้น!”
”ศิษย์น้อง อย่าตระหนกไป พวกเราต้องกลับไปที่สำนักมารราตรีก่อน บางทีเหล่าอาวุโสในสำนักอาจจะมีวิธีรักษาอาการบาดเจ็บของเจ้า!” หลังจากเสี่ยเจี้ยนเอ่ยจบ เขาก็อุ้มเถียนอวิ๋นเมิ่งขึ้นมาแล้วจากไปทันที
ส่วนเถียนอวิ๋นเมิ่ง นางก็ได้แต่สาปแช่งต่าง ๆ นานา ทั้ง ๆ ที่เปิดปากร้องโหยหวนไปตลอดทาง
…
ลู่เฉินยังคงเสริมความแข็งแกร่งให้กับค่ายกลในคฤหาสน์ต่อไปเพื่อรอให้ปลามาติดเบ็ด
หนานเหยาเห็นเช่นนั้นก็พึมพำว่า “ท่านต้องการฝังพวกเขาทั้งเป็นอีกกี่คน?”
”ฝังทั้งเป็น? เห็นชัด ๆ ว่าพวกเขามาหาเรื่องทะเลาะเอง โทษข้าได้ที่ไหนกัน!” ลู่เฉินเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ แต่หนานเหยากลับเริ่มกังวลแทนชายหนุ่มขึ้นมาแล้ว “ดูสิ ท่านไปล่วงเกินหอสมบัติสวรรค์ แล้วจากนั้นก็ไปล่วงเกินผู้ฝึกวิถีมาร ถึงยามนั้นหากพวกเขาส่งยอดฝีมือของสำนักมา ท่านนั่