นแหละที่จะต้องเป็นฝ่ายสูญเสีย!”
”มากี่คน ข้าก็ต้องจัดการให้หมด!” ลู่เฉินกล่าวกับตัวเอง
แต่หนานเหยาไม่ค่อยเชื่อนัก “ค่ายกลของท่านจะหยุดทุกคนได้จริงหรือ?”
”เจ้าน่ะแค่รอดูก็พอ”
ชายหนุ่มเอ่ยจบก็ขึ้นไปพักผ่อนบนหลังคา โดยไม่สนใจสักนิดว่าข้างนอกจะเกิดอะไรขึ้น
…
ภายในร้านของหอสมบัติสวรรค์ เวลานี้จางเชียนกำลังมีสีหน้าเคร่งขรึม
”พี่ตู๋ คนที่เจ้าเชิญมาเชื่อถือได้หรือไม่?”
”วางใจ เขาเป็นหนึ่งในสิบปรมาจารย์ค่ายกลแห่งแดนทักษิณา หากมีเขาอยู่ย่อมทำลายค่ายกลของเจ้าเด็กนั่นได้อย่างง่ายดาย” ตู๋ซานชิงกล่าวอย่างมั่นใจ
“แล้วเหตุใดเขายังไม่มา?”
”อย่ารีบร้อน มันต้องใช้เวลา!” ตู๋ซานชิงเอ่ยจบก็มีเสียงดังขึ้นจากนอกประตู
”พวกเจ้าพูดเรื่องอะไรลับหลังข้า?”
จากนั้นร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสวน
บุคคลนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากโจวกัง ซึ่งเป็นยอดฝีมือด้านค่ายกลที่ตู๋ซานชิงเชิญมา
ตู๋ซานชิงแนะนำอีกฝ่ายให้จางเชียนรู้จักทันที “ชายผู้นี้มีนามว่าโจวกัง”
“โจวกัง ปรมาจารย์ค่ายกลของสำนักค่ายกลสวรรค์?” เห็นได้ชัดว่าจางเชียนเคยได้ยินเรื่องของบุคคลนี้มาก่อน ดังนั้นเขาจึงรู้สึกตื่นเต้น
ตู๋ซานชิงพลันพยักหน้าและยืนยันว่า “ใช่!”
จางเชียนเห็นเช่นนั้นก็ดีใจยิ่ง “ปรมาจารย์โจว คราวนี้ท่านต้องช่วยพวกเรานะขอรับ”
”แน่นอน แต่ราคานั้น…” โจวกังมาที่นี่ในยามนี้ก็เพื่อหาเงิน เพราะเขาต้องการซื้อยามารักษาอาการบาดเจ็บของตน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคิดถึงอาก