ด้ตอบอะไร แต่กลับตะโกนขึ้นมาว่า “เอาล่ะ คนถัดไป!”
….
ครั้นพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า หลังจากทุกคนต่างแยกย้ายกันออกไปแล้ว ลู่เฉินจึงปิดประตูบานใหญ่เพื่อไม่ให้คนนอกสามารถเข้ามาได้ จากนั้นชายหนุ่มจึงนำวัตถุธาตุไม้ที่ได้มามอบให้ฮวาหลิงมู่
เมื่อฮวาหลิงมู่เห็นข้าวของมากมาย นางก็เผยรอยยิ้มและหัวเราะออกมา ก่อนจะเริ่มดูดซับมันอย่างบ้าคลั่ง
ขณะเดียวกัน ทางฝั่งของลู่เฉิน เมื่อเขาเดินขึ้นมาถึงยอดเขาและหยิบสิ่งของที่ไม่ใช่วัตถุธาตุไม้ออกมา เขาก็ได้ใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ และดูดซับพลังปราณจากของพวกนี้อย่างบ้าคลั่ง
ยิ่งกลุ่มพลังทั้งเก้าอัดแน่นมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จำต้องใช้พลังปราณมากขึ้นเท่านั้น
หนานเหยาที่อยู่อีกด้านหนึ่งพลันลอยออกมา จากนั้นก็นั่งบนเก้าอี้หินจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของลู่เฉิน “แท้จริงแล้วท่านใช้เคล็ดวิชาอันใดกันแน่ เหตุใดจึงสามารถดูดซับพลังปราณได้มากมายขนาดนี้?”
“พูดไปเจ้าก็ไม่เข้าใจ!”
ลู่เฉินกล่าวจบก็ดูดซับพลังต่อไป แต่หนานเหยาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา “ท่านนี่ช่างสิ้นเปลืองเสียจริง!”
หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม วัตถุต่าง ๆ ที่ได้รับมาเมื่อตอนกลางวันก็หมดลง
แต่พลังทั้งเก้ากลุ่มของลู่เฉินได้ผนึกเป็นเก้าชั้นแล้ว แต่ยังขาดอีกเพียงจุดสุดท้ายเท่านั้น และจุดสุดท้ายนี้ก็ต้องใช้พลังปราณไม่น้อย!
ลู่เฉินที่เห็นเช่นนั้นทำได้เพียงถอนหายใจออกมา “เคล็ดนพชาติหวนคืนนี้ ช่างไม่ธรรมดาเสียจริง!”
ส