อีกมากมาย
เช่น จักรพรรดินีที่งดงามที่สุด…
จักรพรรดินีที่แข็งแกร่งที่สุด…
แม้กระทั่งหลาย ๆ สถานที่ก็มีรูปปั้นของนางอยู่
แต่ผู้คนที่เข้ามากราบไหว้บูชานั้น ต่างก็พูดกันว่านางเป็นดั่งดวงดาราที่แพรวพราวที่สุดในแดนเซียน
ดังนั้นเมื่อลู่เฉินเห็นดวงดาวเหล่านี้ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหวนคิดถึงนางและรู้สึกเศร้าใจ
แต่ลู่เฉินยังไม่หมดหวัง เพราะตอนนี้เขามีเบาะแสที่จะช่วยตามหาหาอาจารย์ของเขาได้ นั่นก็คือนักบุญหญิงแห่งวังเหมันต์สงัดนั่นเอง!
เพราะในปีนั้นอาจารย์ของเขาใช้เวลาอยู่ในวังเหมันต์สงัดช่วงหนึ่ง และได้เคยฝึกฝนที่อยู่นั่น รวมทั้งทิ้งตำราม้วนหนึ่งไว้ในวังเหมันต์สงัด แต่ต่อมาวังเหมันต์สงัดกลับมองนางเป็นศัตรู และยังร่วมมือกับคนกลุ่มหนึ่งตามล่าเอาชีวิตนางทั่วทั้งมหาทวีป
ในฐานะที่ลู่เฉินเป็นศิษย์ของนาง เขาจึงนับวังเหมันต์สงัดเป็นศัตรู ก่อนที่จะมีนางพญาพฤกษาวิญญาณเข้ามาช่วย และทำลายวังเหมันต์สงัดลงได้ด้วยตนเอง!
แต่ลู่เฉินกลับหาตำราม้วนนั้นไม่พบอีกเลย
ทว่าตอนนี้กลับมีข่าวคราวของวังเหมันต์สงัด ลู่เฉินจึงมั่นใจขึ้นมา “ต้องหานักบุญหญิงผู้นั้นให้พบ ถึงจะพบตำรานั่นได้!”
อย่างไรก็ตาม ในปีนั้น นักบุญหญิงผู้นั้นเลือกปิดผนึกจิตวิญญาณของตนเอง ทำให้ลู่เฉินไม่สามารถหาร่องรอยของนางพบได้ แต่ตอนนี้มีโอกาสอีกครั้ง แน่นอนว่าลู่เฉินย่อมคิดคว้ามันไว้!
หนานเหยาที่เห็นน้ำใส ๆ คลออยู่ที่เบ้าตาของชายหนุ่มจึงกล่าวถาม “ท่านร้อ