ย่าใช้พลังมาร เพียงเท่านี้ก็จะไม่ถูกผู้อื่นจับได้ว่าเราเป็นผู้ฝึกวิถีมาร!”
“ตกลง!” เถียนอวิ๋นเมิ่งไม่มีทางเลือก จึงทำได้เพียงแค่ตามเสี่ยเจี้ยนออกไปจากที่นี่
แต่คนของสำนักพฤกษาสวรรค์ยังคงค้นหาอยู่ที่นี่ ส่วนปิงหลิวหลีก็รู้สึกกังวลว่าคนของสำนักพฤกษาสวรรค์จะตามหาลู่เฉินจนเจอ ดังนั้นนางจึงแอบเฝ้ามองทุกคนเคลื่อนไหวของคนพวกนี้
…
ลู่เฉินที่อยู่ในเมืองจวนสวรรค์ ไม่คิดฝันว่าตนจะถูกเจ้าสำนักมารราตรีพบเห็นได้
แต่ในขณะนี้เขาก็ยังทำการรักษาต่อไป จนกระทั่งจางเชียนเดินนำตู๋ซานชิงมาถึงหน้าคฤหาสน์
ระหว่างที่พวกเขากำลังจะเข้าไปในคฤหาสน์ ลู่เฉินที่อยู่ไม่ไกลก็ยิ้มและมองมา “ต่อแถว!”
“ต่อแถว?” จางเชียนตกใจ
“หรือว่าพวกเจ้าไม่ได้มารับการรักษา?” ลู่เฉินคลี่ยิ้ม
สีหน้าของจางเชียนเปลี่ยนไปทันที “พวกข้ามารับการรักษา”
“เช่นนั้นก็ต่อแถว!” ลู่เฉินชี้ไปยังแถวที่ประตู
ผู้คนในแถวต่างก็ตะโกนออกมา “ต่อแถว!”
จางเชียนโกรธจนกัดฟันกรอด แต่ก็ทำได้เพียงวิ่งไปต่อปลายแถว และตู๋ซานชิงที่อยู่ข้าง ๆ ได้แต่พึมพำออกมา “เจ้าหนูนี่ หรือว่าอาการป่วยแบบไหนก็รักษาได้?”
“ถึงตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนี้” เมื่อจางเชียนเห็นคนทยอยเดินเข้าไปและออกมาด้วยความดีอกดีใจ ใบหน้าของเขาจึงเต็มไปด้วยความสงสัย
ตู๋ซานชิงยิ้มเย็นชา “ข้าไม่เชื่อ!”
“พี่ตู๋ ท่านมีวิธีเช่นไร?” จางเชียนยังคงอยากรู้ว่าตู๋ซานชิงมีวิธีรับมือเช่นไร
ตู๋ซานชิงยิ้มประหลาดพลางเอ่ยออกมาว่