“ภายในคฤหาสน์ของข้ามีหญิงสาวจำนวนไม่น้อย หวังว่าเจ้าจะต้อนรับพวกนาง ให้พวกนางได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่!”
“หญิงสาวเหล่านั้นจะรับได้หรือไม่?” หงเหยียนลั่วถามอย่างสงสัย
“เมื่อก่อนพวกนางก็เคยอยู่ในหอนางโลม แล้วยิ่งหอนางโลมของเจ้าขายเพียงศิลปะ สำหรับพวกนางแล้วยิ่งไม่เป็นปัญหาใด ๆ” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังหงเหยียนลั่ว
หงเหยียนลั่วเข้าใจทันที นางเอ่ยตอบมาว่า “เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะให้อาจื่อไปนำทางพวกนาง”
ลู่เฉินขานรับ จากนั้นเขาก็เดินทางออกจากหอราตรีหอม โดยมีอาจื่อติดตามไปด้วย
เมื่อหงเหยียนลั่วกลับเข้ามาภายในห้องก็เห็นหงเหยียนเสวียที่สามารถลุกขึ้นเดินเองได้ นางจึงยิ้มออกมา “เป็นเช่นไรบ้าง ไหวหรือไม่?”
“ยังไหว เพราะไม่ได้ขยับนาน เลยรู้สึกว่าร่างกายแข็งทื่อไปบ้าง” หงเหยียนเสวียพูดพลางหัวเราะออกมา
“เช่นนั้นก็ดี” หงเหยียนลั่วเอ่ยด้วยความดีใจ
“พี่หญิง คุณชายลู่ผู้นั้น แท้จริงแล้วเป็นใครมาจากที่ใด?” หงเหยียนเสวียอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา
หงเหยียนลั่วจึงอธิบายสั้น ๆ ซึ่งวาจาที่หลุดออกมามันก็ได้ทำให้หงเหยียนเสวียสงสัย “เขามาจากสำนักเก้าสุขสงบ?”
“ใช่แล้ว และเพราะเขาช่วยเหลือเราไว้มาก ดังนั้นเขาจึงนับเป็นผู้มีพระคุณของเรา”
หงเหยียนเสวียพยักหน้า “แน่นอน ไว้รอให้ร่างกายของข้าฟื้นฟูสมบูรณ์พร้อม ข้าจะต้องไปขอบคุณเขาอย่างแน่นอน”
“เจ้าน่ะ รีบพักผ่อนเสียเถอะ” หงเหยียนลั่วยิ้ม แต่หงเหยียนเสวียยังไม่อยากนั่ง นางจึงออก