ฟัง
เมื่อหงเหยียนเสวียได้ฟัง นางก็พยักคล้ายเข้าใจ ปากก็พูดพึมพำเสียงเบา “มิน่าเล่า”
“พูดถึงเรื่องของเจ้าเถอะ เหตุใดจึงต้องพิษน้ำค้างแข็งเช่นนี้”
“แม้แต่ท่านก็ยังดูออกหรือ?” หงเหยียนเสวียแปลกใจ
“เรื่องนี้ไม่ยากสำหรับข้า” ลู่เฉินเอ่ยพลางดูดซับพลังปราณจากศิลาวิญญาณ และ ‘เผาไหม้’ ต่อไป เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับผลกระทบจากไอเย็น
หงเหยียนเสวียมีท่าทางหวนคิดอดีตเก่าก่อน จากนั้นริมฝีปากนางก็อ้าขยับ ก่อนที่วาจาจะถูกเผยออกมา
เมื่อหลายปีก่อน ขณะที่หงเหยียนเสวียและพี่หญิงของนางกำลังฝึกฝนด้วยกันนั้น พวกนางได้บังเอิญไปพบกับคนน่ากลัวคนหนึ่ง และคนคนนี้ก็ทำร้ายนางจนบาดเจ็บสาหัส
ครั้นได้ฟังจนจบ ลู่เฉินก็เพ่งมองไปยังหงเหยียนเสวียครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม “เขาชื่ออันใด? เป็นใครมากจากไหน รู้หรือไม่?”
“วังเหมันต์สงัด โหย่วหลง!”
“ที่แท้ก็วังเหมันต์สงัด” ลู่เฉินเอ่ยพลางครุ่นคิดบางอย่าง
“ท่านรู้จัก?”
“รู้จัก แต่ว่านานมากแล้ว” คิ้วทั้งสองของลู่เฉินขมวดเข้าหากันแน่น เพราะวังเหมันต์สงัด… เคยถูกเขาทำลายไปแล้วเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน!
หงเหยียนเสวียที่เห็นสีหน้าแปลก ๆ ของลู่เฉินจึงเอ่ยถาม “ท่านกับพวกเขามีเรื่องบาดหมาง?”
“มี และก็เป็นเรื่องใหญ่มากเสียด้วย” เมื่อลู่เฉินนึกถึงการตายของนางพญาพฤกษาวิญญาณ เขาก็พลันหวนนึกถึงวังเหมันต์สงัดไปด้วย
หงเหยียนเสวียยังคงไม่เข้าใจ “เหตุใดท่านจึงมีเรื่องบาดหมางกับวังเหมันต์สงัดได้?”
ลู่เฉ