ินไม่ได้อธิบาย แต่ถามกลับไปว่า “วังเหมันต์สงัดนี้ ตอนนี้แข็งแกร่งเพียงไหน?”
“เป็นสำนักที่อยู่ภายใต้แดนศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งจากทั้งสามแดนของพื้นที่โดยรอบนี้!” หงเหยียนเสวียอธิบาย
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มเย็นยะเยือก “เช่นนั้นเรามาร่วมมือกันดีหรือไม่?”
หงเหยียนเสวียสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวภายใต้รอยยิ้ม และรู้สึกว่าลู่เฉินคงไม่ใช่ผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณธรรมดาทั่วไปเป็นแน่
แต่ความรู้สึกนี้ผ่านเข้ามาเพียงชั่วครู่ก็หายไป
เมื่อนางเห็นลู่เฉินกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอันใดเกิดขึ้น นางจึงถามต่อ “ตอนนี้ประมุขวังเหมันต์สงัดเป็นผู้ใด?”
“เรื่องนี้ข้าไม่รู้ แต่ได้ยินมาว่า ราชาผู้นี้ได้รับสืบทอดมรดกมา!”
“สืบทอดมรดก?” ลู่เฉินสงสัย
“หนึ่งแสนปีก่อน วังเหมันต์สงัดถูกจอมมารลู่ผู้ยิ่งใหญ่ทำลายลง แต่ว่ากันว่าตอนนั้นมีนักบุญหญิงรอดชีวิตมาได้ นางได้ใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามเพื่อปิดผนึกจิตวิญญาณของตัวเอง รอจนกระทั่งหาร่างกายที่เหมาะสมได้ จึงถ่ายทอดจิตวิญญาณไปยังร่างกายนั้น ทำให้นางสามารถฟื้นคืนชีพอีกครั้งได้อย่างสมบูรณ์!” หงเหยียนเสวียค่อย ๆ อธิบาย
ลู่เฉินตกตะลึงไปทันที “นางยังไม่ตาย?”
“ใคร?”
“นักบุญหญิงผู้นั้น”
“เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวลือจากวังเหมันต์สงัด เห็นว่ากันว่าในปีนั้นนักบุญหญิงยังไม่ตาย และจิตวิญญาณก็ได้ถ่ายทอดไปยังร่างของหญิงสาวผู้เก่งกาจคนหนึ่ง ทำให้อายุยังไม่ถึงยี่สิบขวบปี ก็สามารถบรรลุขั้นห