ู่เฉิน “บอกข้าก่อนได้หรือไม่ ภูมิหลังของเจ้าคืออะไร?”
”มันสำคัญด้วยหรือ?” ลู่เฉินถาม
”แน่นอน!” เพราะหงเหยียนลั่วต้องการทราบเกี่ยวกับภูมิหลังของลู่เฉินแล้วจึงค่อยตัดสินใจ
ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกมาว่า “ข้าเป็นคนของสำนักเก้าสุขสงบ!”
“สำนักเก้าสุขสงบ!” หงเหยียนลั่วมีท่าทีแปลก ๆ ส่วนอาจื่อก็ดูฉงนยิ่ง “สำนักเก้าสุขสงบใกล้ล่มสลายง่อนแง่นเต็มที จะมีคนที่มีวิชาแพทย์เก่งกาจเช่นเจ้าได้อย่างไร?”
หงเหยียนลั่วเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน “ถูกต้อง สำนักเก้าสุขสงบได้กลายเป็นสำนักที่ไม่ถูกจัดอยู่ในทำเนียบอีกต่อไป พวกเขาจะมีศิษย์เช่นเจ้าได้อย่างไร!”
หลังจากเห็นท่าทีของพวกนางต่อสำนักเก้าสุขสงบ ลู่เฉินก็ยิ้มพลางเอ่ยว่า “ก่อนหน้านี้อาจจะตกต่ำ แต่อีกไม่นานสำนักเก้าสุขสงบจะกลับมารุ่งเรืองอีกครา!”
หงเหยียนลั่วสงสัย “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
”การสวามิภักดิ์ต่อข้า เทียบเท่ากับการสวามิภักดิ์ต่อสำนักเก้าสุขสงบ ถึงยามนั้นพวกเจ้าทุกคนก็จะเป็นคนของสำนักเก้าสุขสงบ และข้าจะรับคนมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อถึงตอนนั้น สำนักเก้าสุขสงบจะไม่รุ่งเรืองหรือ?”
”แล้วเหตุใดเจ้าจึงแน่ใจว่าข้าจะยอมสวามิภักดิ์?”
”น้องสาวของเจ้าถูกวางยาพิษ พิษนี้ทำให้นางเจ็บปวด แต่ไม่มีใครสามารถรักษามันได้ ดังนั้นเมื่อเจ้ามาหาข้า เจ้าย่อมต้องการให้ข้ารักษานาง และเงื่อนไขของข้าคือเจ้าต้องยอมสวามิภักดิ์ต่อข้า” ลู่เฉินระบุเงื่อนไขอีกครั้ง
หงเหยีย