่อเจ้า!”
”เจ้าพูดเองนะ”
“แน่นอน!” หงเหยียนลั่วยืนยัน
จากนั้นลู่เฉินก็หยิบเข็มออกมา ก่อนจะฝังเข้าไปในร่างของหงเหยียนลั่วและโคจรพลัง ซึ่งท่าทางเช่นนี้มันก็ทำให้อาจื่อที่อยู่ด้านข้างรู้สึกงงงวย “เหตุใดเจ้าถึงโคจรพลังปราณได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากค่ายกลรอบ ๆ”
“ข้ามีวิธีควบคุมของข้า” ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ
คำตอบนี้ทำให้อาจื่อรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
อย่างไรก็ตาม หงเหยียนลั่วเริ่มรู้สึกร้อนฉ่าไปทั่วกาย ราวกับว่ามีเปลวไฟกำลังลุกไหม้อย่างบ้าคลั่งภายในร่างของนาง
ไม่เพียงเท่านั้น เพราะหงเหยียนลั่วยังพบว่าปราณในร่างกายของนางก็กำลังถูกกลืนกินทีละน้อย
สิ่งนี้ทำให้หงเหยียนลั่วกระวนกระวาย “นี่!”
”วางใจ ข้าใช้พลังปราณของเจ้าล้างพิษ ไม่เช่นนั้น อาศัยเพียงปราณเล็ก ๆ น้อย ๆ ของข้าย่อมไม่เพียงพอ” ลู่เฉินอธิบาย
เมื่อได้ยินเช่นนี้หงเหยียนลั่วก็ตกใจ “เขาสามารถควบคุมพลังปราณของผู้อื่นได้หรือ?”
ความสามารถนี้ทำให้หงเหยียนลั่วรู้สึกว่าช่างน่าอัศจรรย์ และแม้กระทั่งสงสัยว่าสำนักเก้าสุขสงบมีคนแปลก ๆ เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ในขณะที่หงเหยียนลั่วกำลังคิดวุ่นวาย ลู่เฉินก็ทำสำเร็จแล้ว และยังเก็บเข็มกลับไปพร้อมกับเงยหน้าส่งยิ้มให้หงเหยียนลั่ว “เจ้าลองกำมืออีกครั้ง!”
ครั้นหงเหยียนลั่วลองทำดูก็พบว่ากำปั้นของนางกลับมาเป็นปกติแล้ว จึงรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก “ดีขึ้นแล้วจริง ๆ!”
”ถึงเวลาไปหาน้องสาวของเจ้าแล้วหรือยัง?” ลู่เฉินยิ