่องหน!”
อาจื่อเองก็ตกใจเช่นกัน
ทว่าในขณะนี้ ลู่เฉินก็พลันสำแดงเคล็ดวิชากระบี่เก้าสุขสงบออกมา!
ปราณกระบี่นับพันได้สังหารแมลงเหล่านั้นภายในพริบตา
”เคล็ดวิชากระบี่นี้…” หงเหยียนลั่วนึกว่าตนตาพร่าไป
ส่วนตู๋ซานชิงที่อยู่นอกคฤหาสน์พลันกระอักเลือดออกมา เขาลูบศีรษะที่วิงเวียนของตน และเอ่ยปากสาปแช่งว่า “บัดซบ!”
“เจ้าเป็นอะไรไป!” จางเชียนกระวนกระวาย
ตู๋ซานชิงจึงกล่าวว่า “ข้า… ข้าถูกเขาพบแล้ว เขาก็ใช้เคล็ดวิชากระบี่สังหารแมลงของข้า!”
“อันใดนะ?” จางเชียนตกตะลึง
ตู๋ซานชิงพูดด้วยเสียงที่อ่อนแรง “เจ้าหนูผู้นี้… คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะมีฝีมืออยู่บ้าง!”
“แล้วเราควรจะทำอย่างไร?”
”ข้าถูกลมปราณตีกลับ จำต้องพักก่อน ดังนั้นเรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากันทีหลัง” ตู๋ซานชิงรู้สึกเจ็บปวดทรมาน ดังนั้นเขาจึงหลับตาลงเพื่อโคจรพลังปราณรักษาอาการบาดเจ็บ
ภายในคฤหาสน์ ลู่เฉินเก็บกระบี่ของเขาแล้วก็หันไปยิ้มให้กับอาจื่อ “ทีนี้เจ้าก็สามารถใช้ยาพิษได้แล้ว”
ครั้นอาจื่อได้สติกลับมา นางก็เทยาพิษและยัดเข้าไปในปากของตนเอง
ครู่ต่อมาร่างกายของอาจื่อก็พลันมีอาการคันเป็นอย่างมาก และทั่วกายก็ยังมีตุ่มพองปรากฏขึ้นทุกหนทุกแห่ง รวมทั้งร่างยังเริ่มเน่าเปื่อยและส่งกลิ่นเหม็น
”มาเลย ให้ข้าดูว่าเจ้ามีฝีมืออันใด” อาจื่อกล่าวอย่างมั่นใจ เพราะคิดเสมอว่าเรื่องเมื่อวานนี้มีคนช่วยเหลือชายหนุ่ม
ไม่ใช่แค่อาจื่อเท่านั้น แต่หงเหยียนลั่วก็คิดเช่นกัน ดังนั้น