ได้หนึ่งก้าว ทำให้ผู้ที่อยู่ในขั้นก่อกำเนิดยังทำลายพวกมันได้ยาก” ตู๋ซานชิงกล่าวอย่างพึงพอใจ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จางเชียนก็ร่าเริงขึ้นทันที “เยี่ยม!”
ส่วนตู๋ซานชิง ขณะนี้เขากำลังยิ้มอย่างชั่วร้าย “คราวนี้แม้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือ มันก็ไม่มีประโยชน์อันใดแล้ว!”
จางเชียนมีความสุขมาก แต่หงเหยียนลั่วที่อยู่ตรงข้ามหอคอยกลับมีท่าทีสงสัย “แมลงระยับก็มาแล้ว!”
“เจ้าหนุ่มคนนั้นคงจบเห่แล้ว?” อาจื่อถามอย่างแปลกใจอยู่ด้านหลัง
”ไปเถอะ ลงไปดูกัน” หลังจากที่หงเหยียนลั่วพูดจบ นางก็พาอาจื่อลงไปข้างล่าง
ยามนี้สิ่งที่เรียกว่าแมลงระยับได้เข้ามาในคฤหาสน์และโจมตีลู่เฉิน
ลู่เฉินที่เห็นดังนั้นพลันฉีกยิ้มจนตาหยีและพูดว่า “มาพอดีเลย”
จากนั้นชายหนุ่มก็ปล่อยให้แมลงระยับพวกนั้นโจมตีเขาอย่างเมามัน
เมื่อเห็นหงเหยียนลั่วปรากฏตัวบนถนนด้านนอก จางเชียนก็พลันตื่นตัวทันที “ท… ทะ… ที่แห่งนี้ไม่ใช่หอราตรีหอม เจ้าลงมือไม่ได้นะ!”
ยามนี้หงเหยียนลั่วปล่อยกลิ่นอายที่ทรงพลังออกมา ส่วนตู๋ซานชิงก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน “เจ้าเป็นใคร!”
“ถ้าเจ้าไม่อยากตายก็จงเก็บแมลงของเจ้าซะ!” หงเหยียนลั่วเตือน
แต่จางเชียนกลับตะโกนบอกตู๋ซานชิงว่า “อย่าไปสนใจนาง นางไม่กล้าลงมือที่นี่หรอก!”
ตู๋ซานชิงเองก็รู้กฎในเมืองดี ดังนั้นเขาจึงพูดกับหงเหยียนลั่วว่า “เมืองมีกฎ ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามต่อสู้กันในเมือง”
“แต่เงื่อนไขแรกคือมีคนพิสูจน์ได้ว่าข้าลงมือแล้ว” หง