ทษด้วย พวกมันมาถึงก็โจมตีทันที ข้าเลยคิดว่าพวกมันอยากถูกกิน ดังนั้นเลยย่างมันด้วยไฟให้สมใจไปเลย” ลู่เฉินพูดด้วยรอยยิ้มจนตาหยี
”เจ้า!” ตู๋ซานชิงโกรธมากจนพูดไม่ออก
หลังจากที่จางเชียนเห็นว่าอยู่ต่อก็มีแต่จะเสีย เขาจึงรีบพูดกับตู๋ซานชิงว่า “ไป พวกเรา… ถอยก่อน!”
ตู๋ซานชิโกรธจนกัดฟันกรอด แต่เมื่อเห็นว่าหงเหยียนลั่วอยู่ที่นี่ เขาก็จำใจต้องตามไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
ส่วนลู่เฉิน เขาก็ยังคงยัดแมลงเข้าปากต่อ…
หนานเหยาที่อยู่อีกฟากหนึ่งกำลังมองดูด้วยความตกตะลึง “ท่านนับว่าใจกล้ายิ่ง แม้แต่แมลงมีพิษก็ยังกล้ากิน!”
แมลงมีพิษหรือ? ไม่เลย! หากจัดการให้ถูกวิธี พวกมันก็คือยาชูกำลังชั้นเยี่ยมดี ๆ นี่เอง!
แต่หนานเหยาไม่รู้ และมองไปที่ลู่เฉินด้วยความชื่นชม ส่วนหงเหยียนลั่วก็พิจารณาลู่เฉินด้วยความสงสัย “เจ้าไม่กลัวถูกพิษหรือ?”
ลู่เฉินที่ได้ยินจึงหันมองหงเหยียนลั่วด้วยรอยยิ้ม “พิษแค่นี้ไม่นับเป็นอะไร!”
ประโยคดังกล่าวนี้ ทำให้หงเหยียนลั่วพลันเอ่ยอย่างแปลกใจว่า “แมลงเหล่านี้มีพิษร้ายแรง นับประสาอะไรกับเจ้า แม้แต่คนที่อยู่ในขั้นก่อกำเนิดก็ยังไม่กล้าแตะต้องพวกมันซี้ซั้ว …แต่เจ้ากลับ!”
”มันก็เป็นเพียงเล็กน้อย ๆ เท่านั้น ว่าแต่เถ้าแก่เนี้ยหงเถิด เหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่กลางดึกกัน?” ลู่เฉินนั่งอยู่ที่นั่นแล้วมองหงเหยียนลั่วยิ้ม ๆ
หงเหยียนลั่วเลิกคิดทันที นางพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ข้าผ่านทางมาและพบคนลับ ๆ ล่อ ๆ สองคนท