ทุกชนิดในแดนทักษิณา” หนิวเถิงอธิบาย
”น่าสนใจ!”
“ท่านไม่กลัวหรือ?”
“กลัว? เพราะเหตุใดจึงต้องกลัว?”
หนิวเถิงเอ่ยอย่างร้อนใจว่า “มีคนบอกว่าเถ้าแก่จางรีบเชิญคนคนนั้นมา ผนวกกับที่วันนี้เขามีเรื่องกับท่านที่หอราตรีหอม ดังนั้นข้าจึงเดาว่าคนคนนั้นต้องมุ่งเป้ามาหาท่านเป็นแน่”
ลู่เฉินได้ยินเช่นนั้นก็มีความสุขขึ้นมาทันที “ยังขาดอีกหนึ่ง!”
”ยังขาดอีกหนึ่ง?” หนิวเถิงไม่รู้ว่าลู่เฉินหมายถึงอะไร
แน่นอนว่าลู่เฉินหมายถึงพลังจากชาติภพที่จุติเป็นแมลง ซึ่งบัดนี้เขายังขาดมันไป
หากตู๋ซานชิงผู้นี้ได้รับเชิญจากหอสมบัติสวรรค์ให้มาจัดการกับตนจริงก็คงจะดีมาก
แต่หนิวเถิงไม่รู้เรื่องนี้
ลู่เฉินกล่าวกับอีกฝ่ายว่า “ไล่ทหารยามที่ลาดตระเวนข้างนอกไปให้หมด!”
“เช่นนั้นท่านจะตกอยู่ในอันตรายได้นะ” หนิวเถิงกล่าวอย่างกังวลใจ
”วางใจ ใครจะตกอยู่ในอันตรายก็ยังไม่แน่!”
หนิวเถิงไม่รู้ว่าลู่เฉินไปเอาความมั่นใจมาจากไหน แต่เขาก็จำเป็นต้องยอมรับคำสั่งนั้น “ก็ได้ ข้าจะไปแจ้งให้ทหารยามที่ลาดตระเวนแถวนี้ทราบก่อน”
ว่าแล้วหนิวเถิงก็จากไป
ส่วนหนานเหยา นางก็ถามขึ้นตามประสาคนขี้สงสัย “คนจากหุบเขาแมลงพิษงั้นหรือ?”
“อะไรกัน? เจ้าก็กลัวหรือ?”
“ไม่ได้กลัวธรรมดา แต่กลัวมาก” แม้ว่าหนานเหยาจะไม่มีกายเนื้อ แต่เมื่อนึกถึงแมลงเหล่านั้น นางก็พลันรู้สึกขยะแขยงขึ้นมา
ลู่เฉินเพียงยิ้มโดยไม่เอ่ยอะไร จากนั้นเขาก็นั่งขัดสมาธิ และเปิดใช้วิชาหมื่นวิญญาณตร