ึ้นยืนพลางยิ้ม “ได้ ข้ายอมไปก็ได้ แต่ถ้าหากเถ้าแก่หงมีความคิดเห็นใด สามารถไปพบข้าได้ที่คฤหาสน์ใกล้ ๆ กับภูเขานี้!”
ลู่เฉินกล่าวจบก็ฉีกยิ้มก่อนจะเดินออกไป
หงเหยียนลั่วพึมพำในใจ “เจ้าหนุ่มผู้นี้สติไม่ดีจริง ๆ!”
เมื่อส่งคนออกไปแล้ว หงเหยียนลั่วก็พลันเดินเข้าไปในห้องใต้หลังคาอีกห้อง
เมื่อเข้ามา ไม่ว่าผู้ใดก็คงจะสัมผัสได้อย่างง่ายดายว่าอากาศภายในนี้ค่อนข้างเย็น
และเมื่อหงเหยียนลั่วอยู่ภายในนั้นนานเท่าใด ผมและใบหน้า รวมทั้งรอบกายของนางต่างก็ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็ง
“พี่หญิง เกิดอันใดขึ้น?” ด้านในที่ลึกเข้าไปอีกนั้นมีน้ำเสียงหนึ่งซึ่งดูอ่อนแรง มันเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง
“ก็แค่คนหนุ่มที่พูดเพ้อเจ้อคนหนึ่งเท่านั้น”
“เช่นไรหรือ?”
หงเหยียนลั่วครุ่นคิดก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด
“พี่หญิงจะบอกว่า ชายหนุ่มนั่นรักษาบุตรชายของเจ้าเมืองจนหายดีแล้ว?” หญิงสาวที่อยู่ในมุมมืดรู้สึกตกใจเล็กน้อย
“อืม ก็ใช่”
“เช่นนั้น ท่านสามารถไปเชิญเขามาพบข้าได้หรือไม่?”
หงเหยียนลั่วตกใจ “เจ้าต้องการให้เขามาพบ?”
“นับตั้งแต่สงครามครั้งที่แล้ว พลังภายในของข้าก็ไม่ค่อยมั่นคง ทำให้ตอนนี้ข้าต้องอยู่ในที่ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นเท่านั้น ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้” หญิงสาวที่อยู่ในมุมมืดกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้
หงเหยียนลั่วมีสีหน้าเปลี่ยนไป “แต่เขาอยู่แค่ขั้นกลั่นลมปราณ”
“ท่านลองคิดดู เจ้าเมืองที่ขี้งกผู้นั้นถึงขนาดยอมมอบคฤหาสน