ิบเสียงเบา “ข้าก็ว่าทำไมท่านจึงไม่สนใจข้า ที่แท้เพราะข้าเป็นเพียงภูตผี ดังนั้นท่านจึงไม่รู้สึกอะไรใช่หรือไม่?”
ลู่เฉินนึกขำในใจก่อนจะตอบไปว่า “ข้าคิดว่าเจ้าควรสงบจิตสงบใจ และวางตัวให้เป็นผู้เป็นคนตามปกติสักหน่อยได้หรือไม่?”
“ข้าเป็นผี หาใช่คนเป็นไม่!”
ลู่เฉินที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหมดความอดทน รู้สึกเสียใจที่พาอีกฝ่ายมาด้วย
แต่หนานเหยาคล้ายจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ นางทำทีใจกว้างขึ้นมา “ท่านวางใจเถอะ ข้าไม่บอกผู้อื่นแน่!”
“ถ้าหากเจ้ายังพูดมากกว่านี้อยู่ละก็ เช่นนั้นพอกลับไป… ก็จงคอยดูเสียเถอะว่าข้าจะจัดการกับเจ้าเช่นไร!”
“ข้า ข้าเพียงแค่ดู ไม่พูดแล้ว!” หนานเหยารีบพยักหน้าเชื่อฟังทันที หลังจากนั้นนางก็ปิดปากเงียบสนิทไม่พูดไม่จา จนกระทั่งฉ่ายอวิ๋นที่อยู่ด้านหน้าเดินนำชายหนุ่มมายังห้องใต้หลังคา
ภายในห้องใต้หลังคา ทั่วทุกที่เต็มไปด้วยกลิ่นดอกไม้
กลิ่นดอกไม้พวกนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกมึนงง
ถ้าหากเป็นผู้ฝึกตนที่มีขั้นพลังต่ำต้อย หรือเป็นผู้ที่จิตเข้มแข็งไม่พอ พวกเขาจะต้องลุ่มหลงเป็นแน่ แต่ลู่เฉินนั้นกลับสงบนิ่งมาก
ทว่าฉ่ายอวิ๋นไม่รู้ นางยังคงมองและยิ้มให้ลู่เฉิน “นอนเถอะ… พักผ่อนให้สบาย…”
หนานเหยาที่เห็นดังนั้นรู้สึกร้อนใจขึ้นมา นางรีบกล่าวเตือนทันที “หญิงสาวผู้นี้… ต้องการสะกดจิตท่าน!”
“เจ้าช่วยข้าไม่ได้หรอก แต่เจ้าคิดว่านางมีความสามารถถึงเพียงนั้นจริหรือ?”
“ก็จริง เพราะท่านเองก