็แปลกไม่ใช้น้อย” หนานเหยาคิดแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล แต่ฉ่ายอวิ๋นไม่รู้เรื่องนี้ และนางยังคงยิ้มร่าต่อไป
ไม่เพียงเท่านั้น มือทั้งสองข้างของฉ่ายอวิ๋นก็ปรากฏแสงสีฟ้าออกมา และปกคลุมร่างของลู่เฉินเอาไว้
ลู่เฉินที่เห็นดังนั้นจึงแสร้งกะพริบตาราวกับว่ากำลังง่วงนอน
ขณะเดียวกันยังแสร้งทำเป็นไร้เรี่ยวแรง “เจ้า เจ้าเป็นใครกันแน่? เหตุใด ต้อง… ต้องทำเช่นนี้กับข้า!”
ขณะนั้นเอง จางเชียนก็เดินออกมาจากอีกด้านหนึ่ง เขาฉีกยิ้มและมองมาที่ลู่เฉิน “เจ้าหนู หลับให้สบายล่ะ!”
เมื่อลู่เฉินเห็นจางเชียน เขาจึงพอจะเข้าใจบางอย่าง
ส่วนฉ่ายอวิ๋น นางหันไปยิ้มให้กับจางเชียนแล้วกล่าวว่า “เถ้าแก่จาง เรื่องของท่าน ข้าจัดการให้เรียบร้อยแล้ว แต่ท่านน่าจะต้องจ่ายเพิ่ม”
“ยังต้องจ่ายเพิ่มอีก?” เห็นได้ชัดว่าจางเชียนขี้งกไม่น้อย ทว่ามีหรือที่ฉ่ายอวิ๋นจะยอม นางพูดต่ออีกว่า “การที่ข้าทำเรื่องแบบนี้ที่หอราตรีหอมนั้นมันถือเป็นเรื่องผิดกฎ ถ้าหากเถ้าแก่เนี้ยทั้งสองรู้เข้า ข้าต้องเกิดปัญหาใหญ่เป็นแน่”
“วางใจเถอะ เรื่องนี้เจ้ารู้ข้ารู้ ไม่มีผู้อื่นรู้”
“เช่นนั้นก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม”
จางเชียนจึงทำได้เพียงแค่หยิบถุงสุญญะญาณออกมา “รับไป ศิลาวิญญาณระดับต่ำจำนวนห้าล้าน”
ฉ่ายอวิ๋นรีบคว้ามาทันที “เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”
“ตอนนี้เจ้าสามารถส่งเขามาให้ข้าแล้วหรือยัง?”
“ย่อมได้” ฉ่ายอวิ๋นฉีกยิ้มก่อนจะหันไปนั่งนับศิลาวิญญาณ และเมื่อจางเชียนเห็นท่าท