รมณ์ ไว้วันหลังแล้วกัน” ลู่เฉินกล่าวจบก็หันมายิ้มให้ฮวาหลิงมู่และสตรีทั้งหลาย “ไปกันเถอะ”
พวกฮวาหลิงมู่พลันงุนงน คิดไม่ถึงเลยว่าลู่เฉินจะหลอกให้อยากแล้วจากไป
ทว่าไม่ใช่แค่พวกนางเท่านั้น แม้แต่เจี่ยลัวก็ตกตะลึง ส่วนจางเชียน ขณะนี้สีหน้าของเขาได้บิดเบี้ยวไปแล้ว ทว่าสุดท้ายก็อดกลั้นไว้ก่อนจะกล่าวอย่างร้อนใจว่า “คุณชายประสงค์เช่นไรช่วยบอกเราด้วยขอรับ”
”ข้าไม่มีอารมณ์จริง ๆ ไว้วันหลังนะ” ลู่เฉินตอบอย่างเกียจคร้าน
คำพูดนี้ทำให้จางเชียนรู้สึกเหมือนถูกหลอกอย่างไรอย่างนั้น สีหน้าจึงดูไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เห็นลู่เฉินและคนอื่น ๆ เดินจากไป
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เสี่ยวเอ้อเหล่านั้นรู้สึกหดหู่ ก่อนที่แรงโทสะจะเข้าบดบังแล้วยุยงออกมา
“เถ้าแก่ ข้าคิดว่าแท้จริงแล้วเจ้าเด็กนั่นเป็นคนจน”
”ใช่ มันแค่หลอกท่าน!”
“เถ้าแก่ ท่านเป็นคนฉลาดยิ่ง เหตุใดถึงถูกเขาหลอกล่ะ?”
จางเชียนกัดฟันด้วยความโกรธ “คนที่โกหกข้าไม่มีจุดจบที่ดีหรอก!”
หลังเอ่ยจบ จางเชียนก็แค่นเสียงหึ ก่อนจะบอกให้คนอื่น ๆ เฝ้าร้านแล้วเจ้าตัวก็พลันออกไป
ยามนั้นต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราซึ่งเกาะอยู่บนหลังของลู่เฉินพลันสัมผัสได้ว่าจางเชียนที่อยู่ข้างหลังกำลังติดตามอยู่ไม่ห่าง “เถ้าแก่ผู้นั้นตามเจ้ามา”
”มาก็มา เขาจะทำอันใดได้?” ลู่เฉินนึกเหยียดหยาม
ประโยคดังกล่าวทำให้ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราถึงกับหมดคำพูด ส่วนฮวาหลิงมู่และคนอื่น ๆ พวกนางยังคงสนุกกับ