ยว่า “ความจริงแล้วเจ้าของโรงเตี๊ยมหลายแห่งในเมืองนี้คุ้นเคยกับข้า ถ้าทุกท่านอยากพักละก็ ข้าคุยกับพวกเขาให้ได้!”
บรรดาสตรีพากันตกตะลึง พวกนางไม่คาดคิดว่าจางเชียนจะมีเบื้องหลังที่ทรงพลังเช่นนี้
ส่วนฮวาหลิงมู่โมโหจนเสียสติ ในขณะที่เจี่ยลัวเริ่มมีสีหน้าจริงจัง
ต้นไม้วิญญาณที่แก่ชราบอกกับลู่เฉินว่า “เซียนลู่ ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะมีภูมิหลังไม่ธรรมดา”
ทว่าลู่เฉินกลับมองไปที่จางเชียนและฉีกยิ้ม “วันนี้ ข้าต้องได้พัก!”
”เช่นนั้นคงไม่ได้ ถ้าหากไม่เชื่อ ท่านก็ลองดูสิขอรับ!” จางเชียนเอ่ยอย่างคนพาล
ลู่เฉินมองไปที่เจ้าของโรงเตี๊ยม เห็นได้ชัดว่าเจ้าของโรงเตี๊ยมไม่อยากมีเรื่องกับจางเชียน ทั้งยังเอ่ยอย่างขัดเขินว่า “คุณชาย มันเต็มแล้วจริง ๆ ขอรับ ไม่มีห้องว่าง!”
จางเชียนยั่วยุด้วยรอยยิ้ม “อย่าทำให้เขาลำบากใจเลยขอรับ เขาเป็นแค่เถ้าแก่ในโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ เท่านั้น”
ผู้คนที่กำลังมุงดูรอบโรงเตี๊ยมต่างพากันพูดคุยกันอย่างเผ็ดร้อน
”คนเหล่านี้คือใคร เหตุใดถึงไปล่วงเกินคนของหอสมบัติสวรรค์ได้”
“น่าจะไม่รู้ค่อยรู้จักที่นี่ ถึงได้พบความโชคร้ายเช่นนี้”
”น่าสงสารจริง ๆ”
ฮวาหลิงมู่และคนอื่น ๆ มีสีหน้าดูไม่ได้ ส่วนลู่เฉินยังคงมองไปที่จางเชียนด้วยรอยยิ้ม “ข้าแนะนำให้เจ้าเลิกคิดเล็กคิดน้อยเสีย ไม่เช่นนั้นเจ้าจะเสียใจ!”
”เสียใจ? ข้าไม่เคยเสียใจมาก่อน?” จางเชียนยิ้มให้ลู่เฉิน ส่วนชายหนุ่มก็ฉีกยิ้มจนตาหยีแล้วเอ่ยว่า “ถ้าเจ