เหล่าศิษย์ต่างพากันพุ่งออกมา และเมื่อเห็นเสี่ยเจี้ยนอยู่ไกล ๆ พวกเขาก็หวาดกลัวจนพากันวิ่งแตกกระจายไปทั่วทิศทาง
“ศิษย์พี่ ศาสตราวุธวิถีมาร!” เถียนอวิ๋นเมิ่งหวนคิดถึงเรื่องสำคัญขึ้นได้ จึงเป็นเสี่ยเจี้ยนที่รีบขวางผู้อาวุโสท่านหนึ่งไว้แล้วเอ่ยถาม
จากการสอบถาม ผู้อาวุโสท่านนั้นได้บอกว่าศาสตราวุธวิถีมารถูกลู่เฉินชิงไป ซึ่งนั่น… ทำให้เถียนอวิ๋นเมิ่งเกิดโทสะ นางขบฟันแน่นก่อนจะกล่าวว่า “สมควรตาย แท้จริงแล้วเขาก็มีเป้าหมายเป็นศาสตราวุธวิถีมารเช่นกัน!”
ส่วนเสี่ยเจี้ยน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่ว่าใครก็อย่าคิดมาแย่งชิงกับพวกเรา!”
จากนั้นเสี่ยเจี้ยนก็นำเถียนอวิ๋นเมิ่งบุกทะลวงฝ่าค่ายกลเข้าไป
ภายในค่ายกลทั่วทุกพื้นที่ล้วนเป็นทะเลเพลิง แต่สำหรับเสี่ยเจี้ยนที่อยู่ในขั้นก่อกำเนิด สิ่งนี้ไม่มีอะไรน่ากลัว เพียงพริบตาเดียวก็เกิดม่านพลังมารเข้าปกป้องเขาและเถียนอวิ๋นเมิ่งเอาไว้
เถียนอวิ๋นเมิ่งจึงถอนหายใจออกมาพลางเอ่ยชม “โชคดีที่มีศิษย์พี่อยู่!”
ขณะที่เสี่ยเจี้ยนกำลังจะเอ่ยบางอย่าง ลูกไฟจำนวนนับไม่ถ้วนก็พลันพุ่งเข้ามากระแทกกับม่านพลังมารที่คุ้มกันทั้งสองอยู่ เสี่ยเจี้ยนจึงตะโกนขึ้นว่า “เจ้า!… เลิกใช้กลอุบายต่ำช้าเช่นนี้เสียที!”
ลู่เฉินที่อยู่ในมุมมืดฉีกยิ้มออกมา “ข้าควรหยุดหรือ?!”
เมื่อได้ยินถ้อยคำยียวนกวนประสาท เสี่ยเจี้ยนก็พลันตัดสินใจได้ เขาแผ่จิตสัมผัสในขั้นก่อกำเนิดและกวาดสำรวจไปทั่ว ก่อนจะพบเข