้ากับหน้าปากถ้ำแห่งหนึ่ง… ซึ่งมีลู่เฉินยืนอยู่!
เมื่อเสี่ยเจี้ยนพาเถียนอวิ๋นเมิ่งเข้าใกล้ นางก็พลันกล่าวออกมาอย่างยินดีว่า “ศิษย์พี่ เป็นเขานั่นแหละ!”
เสี่ยเจี่ยนที่ได้ยินดังนั้นก็วางใจ เขารีบพุ่งทะยานไปยืนดักหน้าถ้ำ ไม่คิดปล่อยโอกาสให้ลู่เฉินหนีกลับเข้าไปในถ้ำอีกครั้ง
เถียนอวิ๋นเมิ่งที่เห็นเช่นนั้นก็กล่าวออกมาด้วยความดีใจ “ดี!”
“เจ้าหนุ่ม ตอนนี้ไม่มีที่ให้เจ้าหลบซ่อนอีกแล้ว!” เสี่ยเจี้ยนยิ้ม
ทว่าลู่เฉินกลับยิ้มแล้วกล่าวเพียงว่า “ข้าก็ไม่ได้คิดจะกลับเข้าไปอยู่แล้ว!”
เสี่ยเจี้ยนไม่เข้าใจ “เจ้าหมายความเช่นไร?”
“ข้ายืนอยู่ตรงนี้ก็เพื่อที่จะรอพวกเจ้า” ลู่เฉินยิ้มอย่างมีเลศนัย ซึ่งเสี่ยเจี้ยนก็ได้จ้องกลับไปด้วยสายตาเย็นชาแล้วเอ่ยว่า “ช่างมั่นใจเสียจริง!”
เถียนอวิ๋นเมิ่งยิ้ม “ลู่เฉิน เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วพวกข้าจะกลัวงั้นหรือ?”
“มาเถอะ แสดงพลังของพวกเจ้าออกมาให้ข้าดู ว่าแท้จริงแล้วพวกเจ้าอยู่ในพลังขั้นไหน!” เมื่อลู่เฉินกล่าวจบ รอบตัวก็พลันปรากฏม่านใส
ทั้งสองสงสัยว่าลู่เฉินกำลังทำสิ่งใด
แท้จริงแล้ว ลู่เฉินต้องการหยิบยืมพลังในวิถีมารของทั้งสองสำหรับชาติภพที่จุติยังแดนต้องห้ามหมื่นมาร!
ด้วยวิธีนี้ เขาจึงจะสามารถสร้างคลื่นน้ำวนพวกนั้นและหลอมรวมมันกับอันอื่น ๆ!
ทว่าสองคนนี้ไม่รู้ พวกเขาคิดเพียงแค่ว่าลู่เฉินกำลังจะทำเช่นเดิม ทำให้เสี่ยเจี้ยนยังไม่ลงมือใด ๆ
“อันใดกัน? ข้าก็ให้ลงมือแล้วไงเล่า ไ