ฉายแววเย็นชา ส่วนมู่หลงที่อยู่ในค่ายกลพลันมองไปรอบ ๆ อย่างประหม่าและกล่าวด้วยความหวาดกลัวว่า “ข้า ข้าจะเข้าไปได้อย่างไร!”
“ไม่ต้องเข้าไป เจ้าอยู่ที่นั่นก็พอแล้ว” ลู่เฉินคลี่ยิ้ม
มู่หลงถามขึ้นอย่างร้อนใจ “เจ้าต้องการให้ข้าเข้าไปไม่ใช่หรือ?”
”ข้าบอกให้เจ้าเข้ามา แต่ข้าไม่ได้คิดจะพบเจ้า” ลู่เฉินยิ้มแปลก ๆ ส่วนมู่หลงเริ่มหงุดหงิด “เจ้านี่มัน!”
”รอเงียบ ๆ ไว้ ข้าไปจากสำนักพฤกษาสวรรค์เสียก่อน ถึงตอนนั้นข้าค่อยพาเจ้าออกไปด้วย”
เมื่อมู่หลงได้ยินว่าลู่เฉินกำลังจะพาตนไปจากสำนักพฤกษาสวรรค์ เขาก็ตกใจและหันกลับมาอย่างรวดเร็ว ทว่ากลับพบว่าหลังจากที่เข้ามาแล้ว ตัวเขาก็ไม่สามารถออกไปได้เลย ราวกับว่าเขาถูกขังอยู่ในคุก!
สิ่งนี้ทำให้มู่หลงตกใจและเริ่มมองไปรอบ ๆ พลางร้องคำราม
ทว่าลู่เฉินไม่สนใจมู่หลงอีกต่อไป ขณะที่ผู้อาวุโสจื่อซึ่งอยู่นอกค่ายกล เมื่อพบว่าลู่เฉินเจ้าเล่ห์แสนกลถึงเพียงนี้ เขาก็ได้แต่สบถในใจว่า ‘ไปตายซะเถอะไอ้บัดซบ!’
ทว่าบนใบหน้าของเขาทำได้เพียงแสร้งทำเป็นสงบ และถามออกมาว่า “คนก็ให้เจ้าแล้ว ถึงเวลาบอกข้าได้หรือยัง ว่าสตรีคนนั้นอยู่ที่ใด?”
”เอาล่ะ จากนี้ข้าจะบอกเบาะแสของนางให้เจ้า” หลังจากลู่เฉินเอ่ยจบ เขาก็บอกร่องรอยการเคลื่อนไหวของเถียนอวิ๋นเมิ่งให้ผู้อาวุโสจื่อรับฟัง ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลส่วนนี้มา ผู้อาวุโสจื่อก็ไม่รอช้า รีบแจ้งให้เหล่าผู้อาวุโสที่กำลังค้นหาในสำนักพฤกษาสวรรค์ทราบทันที
สิ่