งนี้ทำให้เถียนอวิ๋นเมิ่งกลัดกลุ้มนัก นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงถูกเจอร่องรอยอยู่เสมอ
ความโกรธนี้ทำให้เถียนอวิ๋นเมิ่งฉงนและไม่อาจสะกดกลั้นได้อีก นางจึงเข้าควบคุมศิษย์ในขั้นสร้างรากฐานสองสามคน และสั่งให้พวกเขาไปตรวจสอบ
เมื่อนางรู้ว่าเป็นลู่เฉินเป็นคนอยู่เบื้องหลัง หญิงสาวพลันกัดฟันด้วยความโกรธ “สมควรตายนัก! เขารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่ใด?”
”ด้วยความสามารถของเจ้า ยังคิดจะซ่อนตัวจากข้าอีกหรือ?” ในเวลานี้ต้นไม้รอบ ๆ เถียนอวิ๋นเมิ่งพลันส่งเสียงของลู่เฉินออกมา
สิ่งนี้ทำให้เถียนอวิ๋นเมิ่งเริ่มหวาดกลัว “เจ้า… เจ้าไปอยู่ในต้นไม้เหล่านี้ได้อย่างไร!”
“เหตุใดต้องบอกเจ้า?”
คำพูดยียวนของลู่เฉินทำให้เถียนอวิ๋นเมิ่งโกรธจัด “ลู่เฉิน เจ้ามันสารเลว!”
“สารเลว? มีคนสารเลวกว่าเจ้าอีกหรือ?” ลู่เฉินเย้ยหยันกลับไป ส่วนเถียนอวิ๋นเมิ่งนั้น นัยน์ตานางได้เปล่งแสงวาบออกมา ก่อนที่เจ้าตัวจะกล่าวบางอย่าง “ถ้าเช่นนั้นข้าจะบอกความจริงแก่เจ้า เหตุที่ข้าละทิ้งเจ้าและเข้าหาฉินสือ แท้จริงแล้วก็เพื่อตามหาของสำคัญสิ่งหนึ่งจากสำนักพฤกษาสวรรค์ …ที่อาจช่วยคนในตระกูลของข้าได้!”
ลู่เฉินพลันรู้สึกว่าสิ่งที่สตรีคนนี้กล่าวมานั้นไม่มีความจริงเลยสักคำ ทว่าเขาก็ได้แต่ฉีกยิ้มให้กับคำลวงของนาง “โอ้? ช่วยชีวิตผู้คน?”
”ใช่แล้ว สำนักพฤกษาสวรรค์มีสมบัติล้ำค่าที่สามารถช่วยตระกูลของข้าได้ ดังนั้นข้าจึงต้องการยืมมันจากฉินสือ!” เถียนอวิ๋นเมิ่งก