าไร้ความรู้สึกแล้วกัน!”
เมื่อถึงระยะโจมตี ฉินสือไม่รอช้า เขาควบคุมก้อนหินมากมายให้โจมตีเป้าหมาย ทว่าลู่เฉินก็ไม่ได้แตกตื่น ชายหนุ่มโยกหลบซ้ายขวา พร้อมกับควบคุมเถาวัลย์ให้เข้าไปรัดพันขาทั้งสองข้างของฉินสือ!
ทว่าจู่ ๆ ร่างของฉินสือก็พลันมีโลหิตมากมายฉีดพุ่ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่า ก่อนจะเกิดเสียงการฉีกขาดของเถาวัลย์ซึ่งรัดพันอยู่!
ฮวาหลิงมู่ที่เห็นดังนั้นพลันใบหน้าเริ่มถอดสี “พลังของเขาไม่ลดลง แต่กลับ… แข็งแกร่งขึ้นด้วยซ้ำไป!”
“เขากินเม็ดยาเข้าไป มันคือพลังที่แลกมาด้วยสติปัญญา! ทำให้คนที่กินกลายเป็นสัตว์ป่าบ้าคลั่ง!” ลู่เฉินคล้ายจะเดาออก แต่ฮวาหลิงมู่ยังคงไม่เข้าใจ “บ้าคลั่ง?”
“ผลของเม็ดยาทำให้ผู้ที่กินสามารถบีบคั้นพลังออกมาจนถึงขีดสุด ทว่ามันก็แลกมากับการสูญเสียความเป็นตัวเอง” ลู่เฉินอธิบาย
ฮวาหลิงมู่ได้ฟังแล้วก็รู้สึกตกใจ “ผลลัพธ์เช่นนั้น ไม่ใช่ว่าน่ากลัวมากหรือ?”
“ตามข้ามา!” ลู่เฉินรู้ว่าตราบใดที่ฮวาหลิงมู่ยังอยู่ข้างกาย เขาจะไม่สามารถจัดการฉินสือที่บ้าคลั่งนี้ได้แน่ ดังนั้นชายหนุ่มจึงทำได้เพียงให้ฮวาหลิงมู่ตามตนเองมา
ลู่เฉินกำลังมุ่งหน้าไปยังบริเวณตีนเขาสำนักพฤกษาสวรรค์ที่มีขบวนทัพอยู่ จึงทำให้ฮวาหลิงมู่ที่เห็นเช่นนั้นรู้สึกร้อนใจขึ้นมา “ทางนั้นคือสำนักพฤกษาสวรรค์นะ!”
“วางใจเถอะ ตามข้ามา!”
เมื่อฮวาหลิงมู่เห็นว่าฉินสือที่บ้าคลั่งกำลังไล่ล่าตามมา นางจึงทำได้เพียงตาม