ลู่เฉินไป และเมื่อวิ่งไปถึงแนวขอบค่ายกล การกระทำของพวกเขาก็ทำให้ศิษย์สำนักพฤกษาสวรรค์ต่างหัวเราะออกมา
“เมื่อค่ายกลถูกกางออก นอกจากศิษย์ของสำนักพฤกษาสวรรค์แล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเข้ามาได้!”
“ถูกต้อง พวกเจ้าจงอยู่ข้างนอกรอความตายเสียเถอะ!”
เมื่อถูกแรงกระแทกดันกาย ฮวาหลิงมู่พลันสัมผัสเข้ากับตัวค่ายกล และพบว่าตนไม่สามารถเข้าไปในนั้นได้!
ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้ฮวาหลิงมู่ตกใจจนหน้าซีด “แย่แล้ว ไม่มีที่ให้หลบเสียแล้ว!”
ฉินสือที่อยู่ด้านนอกเมื่อเห็นฉากดังกล่าวก็รู้สึกคึกคะนองขึ้นมา เขาหัวเราะลั่นก่อนจะกล่าวยั่วยุออกมาว่า “วิ่งสิ วิ่งต่อไปอีก!”
ทว่าลู่เฉินกลับหยิบศิลาวิญญาณออกมาและโยนไปยังค่ายกล ทำให้ม่านกำบังเกิดกระแสน้ำวน ซึ่งเขาก็อาศัยจังหวะนี้คว้าจับมือของฮวาหลิงมู่ไว้และพากันวิ่งฝ่าเข้าไป!
ไม่นานทุกคนก็ได้เห็นภาพที่ชวนให้ตกตะลึง
เพราะลู่เฉินและฮวาหลิงมู่ต่างก็พุ่งเข้ามาในค่ายกลได้แล้ว
“นี่… เป็นไปได้อย่างไร?” เมื่อเห็นทั้งสองฝ่าเข้ามาในค่ายกลได้อย่างง่ายดาย บรรดาศิษย์สำนักพฤกษาสวรรค์ต่างก็พากันตกตะลึง ส่วนเถียนอวิ๋นเมิ่ง เมื่อนางเห็นภาพดังกล่าวก็ถึงกับสบถออกมา “บัดซบ!”
ขณะนั้นเอง เถียนอวิ๋นเมิ่งพลันออกคำสั่งแปลก ๆ ให้ฉินสือ
เพราะฤทธิ์ของยาเม็ดสีขาว หูของฉินสือจึงได้ยินเพียงเสียงของเถียนอวิ๋นเมิ่ง และวาจาถัดจากนี้… มันก็เป็นดั่งวาจาสิทธิ์ที่ฉินสือต้องทำตามอย่างไม่อาจขัดขืน!
“มัวอึ้งอะไรอย