ู่? ยังไม่รีบอีก?” เถียนอวิ๋นเมิ่งกล่าวตำหนิ ทำให้ฉินสือรีบพุ่งตัวเข้าไปยังในค่ายกล
แต่หลังจากเข้าไปภายในค่ายกลแล้ว กลับพบว่าลู่เฉินและฮวาหลิงมู่หายตัวไป!
“คนล่ะ?” ฉินสือถามออกมาด้วยความสงสัย
เถียนอวิ๋นเมิ่งที่เห็นดังนั้นจึงสบถออกมาด้วยความโมโห “ไร้ประโยชน์!”
ผู้คนในสำนักพฤกษาสวรรค์ต่างพากันร้อนใจ พวกเขาไม่เข้าใจและแปลกใจยิ่ง ลู่เฉินและฮวาหลิงมู่หายตัวไปได้อย่างไร!
ทว่าในขณะนั้นเอง ผู้คนต่างสังเกตเห็นเงาประหลาดก่อนจะพบว่ามันคือเงาสะท้อนของลู่เฉินและฮวาหลิงมู่ ทว่าตัวจริงของทั้งสองอยู่ที่ใดนั้น… ก็สุดที่พวกเขาจะรู้ได้!
ภาพนี้ทำให้ผู้คนต่างแปลกใจขึ้นมา “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“เขา พวกเขาต้องซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในสำนักพฤกษาสวรรค์เป็นแน่!”
ทว่าไม่ว่าใครก็หาไม่พบ!!
ผู้คนในสำนักต่างก็ร้อนใจนัก จนกระทั่งกลุ่มผู้อาวุโสปรากฏตัว โดยผู้ที่เดินนำออกมาคือชายขาเป๋สวมเสื้อคลุมสีม่วง ในมือถือไม้แส้ขนหางจามรี
เมื่อผู้คนเห็นเขาแล้วก็พากันแสดงความเคารพออกมา “ท่านผู้อาวุโส”
เมื่อเถียนอวิ๋นเมิ่งเห็นเช่นนั้น นางจึงรีบ ‘ร้องไห้แสดงความเสียใจ’ ออกมาทันที “ผู้อาวุโสจื่อ ท่าน… ท่านต้องช่วยแก้แค้นแทนสามีข้า!”
ผู้อาวุโสจื่อคือผู้อาวุโสแห่งสำนักพฤกษาสวรรค์นามว่า จื่อฝู๋
ผู้อาวุโสจื่อพลันมองไปยังเถียนอวิ๋นเมิ่ง ก่อนจะจ้องไปยังฉินสือที่อยู่ในอาการบ้าคลั่ง “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ขณะนั้นฉินสืออยู่ภายใต้การควบคุมข