องเถียนอวิ๋นเมิ่งราวกับคนบ้าที่กำลังโจมตีรอบข้างอย่างไร้เป้าหมาย
เถียนอวิ๋นเมิ่งจึงใช้โอกาสนี้ร้องไห้พลางอธิบายออกมา “ทั้งหมดเป็นเพราะคนชั่วคนนั้น!”
นางชี้ไปยังเงาของลู่เฉินที่ลอยอยู่บนอากาศ
เมื่อเหล่าผู้อาวุโสมองไปยังเงานั้น พวกเขาก็พากันซุบซิบเสียงเบา แม้แต่ผู้อาวุโสจื่อก็ยังแสดงสีหน้าปั้นยากออกมา และกล่าวว่า “เขาเปลี่ยนรูปแบบค่ายกลของสำนักพฤกษาสวรรค์!”
“อะไรนะ?” เหล่าผู้อาวุโสพากันตกตะลึง เช่นเดียวกับสีหน้าของบรรดาศิษย์ที่เปลี่ยนไป
เถียนอวิ๋นเมิ่งหน้าถอดสี “เปลี่ยนรูปแบบค่ายกล?”
“ใช่ สำนักสวรรค์มีค่ายกลวางอยู่ไม่น้อย หนึ่งในนั้นคือค่ายกลลวงตา สามารถทำให้ผู้คนมองเห็นเงาลวง โดยที่เจ้าของเงานั้นอาจไม่มีอยู่จริง หรือไม่ได้อยู่ในตำแหน่งดังกล่าว”
เถียนอวิ๋นเมิ่งยิ่งแปลกใจเข้าไปอีก “คนคนนี้สามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนค่ายกลได้?”
ไม่เพียงแต่เถียนอวิ๋นเมิ่งเท่านั้น เพราะแม้แต่ผู้อาวุโสจื่อยังเพ่งมองไปยังเงาของลู่เฉินพลางเอ่ยด้วยความโมโห “แท้จริงแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดต้องมาก่อความวุ่นวายถึงสำนักพฤกษาสวรรค์ของข้า!”
ทว่าลู่เฉินไม่ตอบอะไร บรรดาศิษย์พวกนั้นจึงได้แต่ซุบซิบกัน บ้างก็บอกว่าเป็นอดีตคู่หมั้นของเถียนอวิ๋นเมิ่ง บ้างก็บอกว่าลู่เฉินเป็นศิษย์ทรยศสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์
ผู้อาวุโสจื่อที่ได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยออกไป “ที่แท้เจ้าก็คือศิษย์ทรยศสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์นี่เอง!”
“ขอข้าอธิบายสักนิด วั