ของหลู่หยวนแล้วลากขึ้นมา
ในช่วงเวลานั้น หลู่หยวนถูกควบคุมราวกับสัตว์ป่าตัวจ้อย ทำให้คนผู้นี้รู้สึกอับอายยิ่ง! “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
เจี่ยลัวไม่สนใจต่อเสียงร้องของหลู่หยวน แต่กลับก้มไปเก็บแผ่นป้ายและออกเดินตามลู่เฉินไปยังจวนของเจ้าเมือง
เรื่องนี้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็จับตามอง ส่วนทางด้านตระกูลหลิวนั้น เพราะเรื่องที่เกิดกับหลิวหยุนซาน ทำให้ตระกูลหลิวตกอยู่ในความโกลาหล จนทำให้ผู้นำตระกูลหลิวโกรธถึงขนาดพาคนไปเยือนจวนเจ้าเมืองด้วยตัวเอง
ในขณะเดียวกัน ภายในจวนเจ้าเมืองนั้น สือเซียวก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน และด้านข้างสือเซียวก็มีเจ้าเมืองรูปร่างอ้วนใหญ่นั่งอยู่เคียงข้างกัน
“เจ้าเมืองเถียน คนจากตระกูลลู่ผู้นั้นท่านต้องดูให้ดีเชียวนะ” สือเซียวพูดด้วยน้ำเสียงติดตลก
เถียงเฟิงที่บนใบหน้ามีไฝเม็ดสีดำอยู่ด้านขวาของริมฝีปากก็ฉีกยิ้มและหัวเราะขึ้นมาทันที “ท่านสือ ท่านอย่ากังวลไปเลย ข้าจะคอยจับตาดูคนจากตระกูลลู่อย่างดี”
สือเซียวยิ้มแล้วยิ้มอีก “ดีมาก”
ก่อนเป็นเถียนเฟิงที่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย “คนจากตระกูลลู่ ทั้งหมดนี้…”
“ตระกูลลู่กับข้ามีเรื่องบาดหมางกัน แล้วข้าก็พาผู้ตรวจการมาด้วย ท่านกลัวอะไรกัน?” สือเซียวทำเพียงเหลือบตาไปที่อีกฝ่าย ซึ่งเถียงเฟิงก็ทำเพียงพยักหน้าตอบรับเล็กน้อย “เข้าใจแล้วขอรับ”
ในขณะนั้นเอง ทหารยามคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “ไม่… ไม