่ดีแล้ว!”
เถียนเฟิงจ้องเขม็ง “ไม่ ไม่อะไรกัน อธิบายมาให้ข้าฟังชัด ๆ!”
ทหารยามคนดังกล่าวค่อย ๆ อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด เมื่อเถียนเฟิงฟังความจบแล้ว เจ้าตัวจึงผุดลุกขึ้นพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง “อะไร? แม้แต่กับผู้ตรวจการเขายังกล้าลงมืออีกหรือ?”
“ใช่!”
เถียนเฟิงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา แต่สายตาของสือเซียวกลับส่องประกายอย่างเย็นชา “ไป ไปนำตัวพวกคนใช้ตระกูลลู่มาให้หมด ข้าจะดูว่าเขาบ้าหรือว่าเป็นข้าที่บ้ากว่ากัน!”
“ดี!” เถียนเฟิงรีบสั่งให้คนไปนำตัวคนใช้ตระกูลลู่มาทั้งหมดทันที
จากนั้นสือเซียวก็ออกคำสั่งแก่เถียงเฟิง “ลงมือกับพวกนั้นได้เลย!”
“นี่มัน….” เถียงเฟิงเกิดลังเลขึ้นมา แต่สือเซียวกลับเอ่ยตัดบทขึ้นเสียก่อน “สั่งให้เจ้าลงมือก็ลงมือ!”
เถียนเฟิงทำได้เพียงแค่ให้คนจัดการตามคำสั่ง หลังจากนั้นไม่นานบริเวณภายในสวนก็เต็มไปด้วยเสียงร้องระงมด้วยความเจ็บปวด
เมื่อลู่เฉินและเจี่ยลัวนำตัวหลู่หยวนเข้ามาภายในสวนก็ได้เห็นบรรดาคนใช้ พวกนางนอนร้องโอดครวญเพราะอาการบาดเจ็บสาหัส รวมถึงอวิ๋นซานที่ถูกทุบตีและมัดติดไว้กับเสาไม้
ภาพนี้ทำให้ไฟโทสะในใจของลู่เฉินเกิดลุกโชนขึ้นมาทันที
สือเซียวจึงสั่งให้คนเหล่านั้นหยุดลงมือเสียก่อน และหันไปหัวเราะเยาะใส่ลู่เฉิน “ว่าไงเล่า? ตอนนี้อำนาจอยู่ในมือข้าแล้ว!”
“อำนาจ?” สายตาของลู่เฉินเย็นชาขึ้นมาทันที ขณะที่อวิ๋นซานก็พูดด้วยเรี่ยวแรงที่น้อยลงเต็มที “นาย นายน้อย ท่าน