หนุ่มที่ได้สติกลับมาก็เก็บกระบี่ จากนั้นพลันฉีกยิ้มและเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร!”
ปิงหลิวหลีถอนหายใจด้วยความโล่งอก ส่วนลู่เฉินก็มองไปยังหมาป่ายมโลกเก้าหาง “ข้าควรไปได้แล้ว”
“ข้าจะออกไปกับท่าน” หมาป่ายมโลกเก้าหางเริ่มวิตกกังวลในทันที แต่ลู่เฉินกลับส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “อาการบาดเจ็บของเจ้าร้ายแรงมาก ถ้าตามข้าออกไป อาจตกอยู่ในอันตรายได้ตลอดเวลา!”
”แต่!”
“ไม่ต้องห่วง รอให้อาการบาดเจ็บของเจ้าหายดีแล้ว ข้าจะพาเจ้าออกไปแน่นอน!”
หมาป่ายมโลกเก้าหางพยักหน้า แต่พวกโจวอวี๋กลับกำลังสงสัยว่าเหตุใดหมาป่ายมโลกเก้าหางจึงเชื่อฟังคำพูดของลู่เฉินนัก
ลู่เฉินมองไปที่โจวอวี๋และกล่าวว่า “ยังมีเวลาอีกครึ่งปี เจ้าฝึกฝนที่นี่ต่อได้ รอให้ถึงยามงานประลองสิบสำนัก ข้าจะมารับเจ้าอีกครั้ง!”
เมื่อโจวอวี๋ได้ยินสิ่งนี้ เขาก็สับสนทันที “เจ้าจะทิ้งข้าไว้ที่นี่หรือ?”
“เจ้าไม่คิดว่าฝึกฝนที่นี่ดีกว่าที่อื่น ๆ หรือ?” ลู่เฉินมองเขายิ้ม ๆ ซึ่งโจวอวี๋ก็รู้สึกว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่ไม่เลว เพราะถึงอย่างไรเสียที่นี่ก็มีพลังปราณเข้มข้นกว่าปกติถึงห้าสิบเท่า!
ดังนั้นเมื่อโจวอวี๋ครุ่นคิดแล้วจึงเอ่ยว่า “ก็ได้ ครึ่งปีก็ครึ่งปี!”
หลังจากที่เห็นโจวอวี๋เตรียมการอย่างเหมาะสมแล้ว ลู่เฉินก็มองไปที่ปิงหลิวหลีอีกครั้ง “แล้วเจ้าล่ะ?”
“ข้าต้องกลับไป ยังมีอีกหลายเรื่องให้ข้าจัดการที่สำนัก!” ปิงหลิวหลีอธิบาย และหลังจากที่ลู่เฉินเข้าใจแล้ว เขาก็มองไปที่เจ