้า!” คำพูดของลู่เฉินทำให้ดวงตาของหยานเยว่เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด น้ำเสียงกลายเป็นเย็นชาขึ้นทันที “เจ้าพูดอันใดนะ?”
ไม่เพียงแต่หยานเยว่ คนอื่น ๆ ต่างก็จ้องเขม็งที่ลู่เฉินราวกับว่าพวกเขาสูญเสียจิตวิญญาณไป
บางคนถึงขนาดฉีกยิ้มชั่วร้าย บางคนปั้นหน้าบึ้งตึง
ในยามที่ปิงหลิวหลีกำลังจะสั่งสอนบทเรียนให้พวกเขา พลังปราณของลู่เฉินก็แผ่ออก แสดงให้เห็นถึงพลังขั้นกลั่นลมปราณระดับสิบ ซึ่งแข็งแกร่งกว่าพวกเขาทุกคน!
ทว่าคนเหล่านี้คล้ายจะสัมผัสมันไม่ได้จึงยังคงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะเป็นหยานเยว่ที่ชักกระบี่ออกมาแล้วชี้ไปยังลู่เฉิน
“บังอาจ!” ปิงหลิวหลีทนไม่ไหวอีกต่อไป ชั่วครู่ปราณกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนก็ซัดออกมา แรงปะทะส่งร่างของพวกเขากระเด็นไป ทำให้หยานเยว่กรีดร้องแล้วชักกระตุก ก่อนร่างจะแน่นิ่งไป
คนอื่นก็เช่นกัน
ปิงหลิวหลีตกตะลึง “เหตุใดถึงตายกันหมด?”
หลู่เฉินเอ่ยปากตอบ “พวกมันตายมาตั้งนานแล้ว”
“อะไรนะ ตายตั้งนานแล้ว?” ปิงหลิวหลีตกตะลึง ขณะที่ลู่เฉินเดินมาหยุดอยู่ที่หยานเยว่ วางมือข้างหนึ่งไว้บนหัวของอีกฝ่าย แล้วดึงเข็มสีดำออกมา
เมื่อเข็มถูกดึงออก ทั้งตัวของหยานเยว่ก็กลายเป็นสีขาวซีด จากนั้นก็มีกลิ่นเหม็นโชยออกมาจากร่าง ราวกับซากศพเน่าที่ตายมาหลายวันแล้ว
ปิงหลิวหลีไม่อาจทนได้อีกต่อไป นางอาเจียนออกมาทันที
หลังจากที่นางสงบลง เจ้าสำนักสาวก็ถามอย่างกังวลว่า “นี่ มันเรื่องอันใด?”
ลู่เฉินมองที่เ