ปิงหลิวหลีรู้สึกหดหู่ ส่วนหมาป่ายมโลกห้าหาง จู่ ๆ มันก็กระแอมไอเบา ๆ อยู่ด้านข้างแล้วกล่าวว่า “สาวน้อย ดูสิ เจ้าถามมาตั้งมากแล้ว ฝ่าบาทของพวกเราย่อมต้องเหนื่อยเป็นธรรมดา ดังนั้นข้าว่าเจ้าควรเลิกถามได้แล้ว”
“เชอะ!” ปิงหลิวหลีลุกขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่นางจะเดินไปหาลู่เฉินและเจี่ยลัว
ยามนี้พิษของเจี่ยลัวได้รับการชำระล้างไปไม่น้อยแล้ว แต่หากอยากฟื้นฟูจนสมบูรณ์ก็ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นลู่เฉินจึงให้อีกฝ่ายนั่งสมาธิ และกำจัดพิษตามวิธีของเขา
ซึ่งเจี่ยลัวก็ทำตามแต่โดยดี
“อันใด? ไม่ช่างจ้อต่อแล้วหรือ?” ลู่เฉินหันไปพูดกับปิงหลิวหลีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“อย่างข้าไม่เรียกว่าช่างจ้อ แต่เรียกว่ากำลังทำความรู้จักจอมมารอยู่ต่างหาก!”
“ทำความรู้จัก?”
“ก็อย่างเช่น เขาชอบอะไร และเขามีคนรัก ภรรยา บุตร ครอบครัวหรือไม่!” ปิงหลิวหลีมีท่าทางอยากรู้อยากเห็น
ลู่เฉินที่ได้ยินดังนั้นพลันส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นสตรีอายุพันปี เหตุใดถึงชอบรู้เรื่องชาวบ้านมากกว่าเด็กสาวเสียอีก!”
“เจ้าจะรู้อันใด!” ปิงหลิวหลีพูดอย่างดูถูก ส่วนลู่เฉินก็ขี้เกียจเกินกว่าจะอธิบาย เขาจึงถามกลับไปว่า “เจ้ายังอยากหายดีหรือไม่?”
“เจ้า… เจ้ามีวิธีงั้นหรือ?”
“นั่งลง!” ลู่เฉินกล่าวทันที ซึ่งปิงหลิวหลีก็ไม่รอช้า นางนั่งลง ก่อนจะเป็นลู่เฉินที่เข้ามาด้านหลังของนาง และใช้เข็มพร้อมด้วยสมุนไพรเพื่อเริ่มทำการรักษาให้กับเจ้