ส่วนเจี่ยลัวก็ยิ่งนิ่งค้างราวกับตัวแข็งทื่อไปอย่างไรอย่างนั้น
มีเพียงลู่เฉินเท่านั้นที่สงบนิ่งและลอบยิ้มในใจ ‘เจ้าพวกโง่ทั้งสาม!’
แท้จริงแล้วไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรที่ทรงพลังอันใดปรากฏตัว แต่เป็นเพราะกลิ่นอายของ ‘ราชันย์อสูร’ จากแดนหมื่นอสูรของลู่เฉิน และกลิ่นอายแห่งราชันย์ของมันนั้นก็มีเพียงสัตว์อสูรเท่านั้นที่สัมผัสได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง …หากเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งก็ยิ่งสัมผัสได้รุนแรงมากขึ้น ด้วยเหตุนี้สัตว์อสูรเหล่านั้นจึงหวาดกลัว จนต้องหนีไปซ่อนตัวในถ้ำของพวกมัน
และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้พวกเขาไม่พบสัตว์อสูรสักตัวตลอดการเดินทางนี้!
ทว่าก็เพราะเช่นนี้เอง ทั้งสามคนด้านหลังจึงรู้สึกราวกับว่าพวกเขากำลังเดินอยู่ในดินแดนแห่งความตาย แม้แต่เสียงลมพัดหรือต้นหญ้าไหวเอนก็ทำให้พวกเขาหวาดกลัวจนเกือบกรีดร้องเสียงหลงออกมาเสียแล้ว
ทางด้านลู่เฉินที่ยังคงมีท่าทีสบาย ๆ ก็กำลังก้มเก็บสมุนไพร ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นและหันมองคนทั้งสาม
แล้วก็พบว่าขณะนี้… ทั้งสามคนตัวเปียกโชกราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำอย่างไรอย่างนั้น!
เมื่อลู่เฉินเห็นเช่นนั้นก็ทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยว่า “พวกเจ้านี่นะ ช่างขี้ขลาดเสียจริง!!”
ทั้งสามมองหน้ากันอย่างเคอะเขิน
ครั้นเห็นว่าสามคนนั้นเริ่มทำตัวไม่ถูก ลู่เฉินก็ฉีกยิ้มออกมา “ข้าเก็บสมุนไพรมาพอสมควรแล้ว ควรไปที่เขตเก้ากันได้แล้ว!”
“ข… ขะ… เขต… เขตเก้า!” โจวอวี๋เอ่ยตะกุกตะกัก ขณะที่ปิงหลิวหลี