ปล่อยปราณสีเพลิงห่อหุ้มร่างกาย
เมื่อเห็นเช่นนั้น ลู่เฉินก็ยิ่งเผยรอยยิ้มกว้างกว่าเดิม “แม้ว่าพลังปราณของเจ้าจะทรงพลัง แต่เมื่ออยู่ในค่ายกลนี้ มันก็ไม่มีค่าอันใด!”
“ข้าจะยืนอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน ดังนั้นค่ายกลนี้ย่อมทำอันใดข้าไม่ได้หรอก และเจ้าก็อย่าแม้แต่จะคิดว่าจะเอาชนะข้าได้!” โจวอวี๋คิดใช้อุบาย และคิดในใจว่า ‘ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้!’
ลู่เฉินที่ได้ยินเช่นนั้นจึงขู่กลับไปบ้าง “เจ้ารู้หรือไม่ แท้จริงแล้วข้าสามารถควบคุมค่ายกลนี้ได้”
โจวอวี๋ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างหนัก จนถึงขนาดน้ำตาไหลออกมา “ข้าว่าเจ้าควรหยุดล้อเล่นได้แล้ว!”
”ล้อเล่น?”
“เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ? ค่ายกลนี้แค่ดูก็รู้ว่าไม่ธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น จากปราณที่อยู่รอบ ๆ อย่างน้อยค่ายกลนี้ก็ต้องเป็นค่ายกลขั้นจิตวิญญาณระดับห้าดาว!”
”แล้วอย่างไร?
“หากเจ้าไม่ใช่ปรมาจารย์ค่ายกลระดับห้าดาว หรือผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิด เจ้าย่อมไม่อาจทลายได้ แล้วนับประสาอันใดกับการควบคุมมัน!” โจวอวี๋หัวเราะเยาะ
สิ้นเสียงหัวเราะของเขา เปลวเพลิงพลันโหมกระหน่ำพวยพุ่ง จนทำให้ร่างของโจวอวี๋จมลงไปในทะเลเพลิง
“นี่… นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้โจวอวี๋ถึงกับตกใจ
“ข้าบอกแล้วว่าข้าควบคุมค่ายกลนี้ได้!”
ไม่ว่าจะเป็นค่ายกลชนิดใด พวกมันล้วนมี ‘แหล่งกำเนิด’ และหากควบคุมมันได้ เพียงแค่ใช้ความคิดเท่านั้น คนผู้นั้นก็ย่อมควบคุมค่ายกลนั้นได้