ดั่งใจนึก!
ทว่าโจวอวี๋ไม่เชื่อ และผลลัพธ์ของการไม่เชื่อก็คือการที่เขาถูกเปลวเพลิงเหล่านี้เข้าประชิดอย่างรวดเร็ว!
ปราณสีเพลิงที่ห่อหุ้มร่างของโจวอวี๋สั่นไหวคล้ายจวนจะพังทลาย ในขณะที่ร่างกายถูกปกคลุมด้วยเหงื่อ และเริ่มมีอาการหอบขึ้นมา “เจ้า…”
“ยอมรับความพ่ายแพ้เถิด ไม่เช่นนั้นเจ้าจะถูกไฟเหล่านี้แผดเผาจนตาย!” ลู่เฉินกล่าว
โจวอวี๋ยังคงดื้อรั้น! เขากล่าวกับตัวเองว่า “ข้าจะแพ้เจ้าได้อย่างไร?”
“หลุมที่ขุดเองก็ต้องกลบเองใช่หรือไม่?” ลู่เฉินเกลี้ยกล่อม จนกระทั่งโจวอวี๋เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป
“ข้ายอมแพ้!” สุดท้ายแล้วเขาก็ตะโกนออกมาอย่างจำยอม
เปลวไฟเหล่านั้นจึงสลายหายไปทันที
ลู่เฉินเดินออกจากม่านหมอกมาหยุดอยู่ตรงหน้าโจวอวี๋
โจวอวี๋เหงื่อแตกพลั่กพลางอ้าปากแห้งผากเพื่อหอบหายใจอย่างหนัก เขาแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาแดงก่ำไปด้วยโทสะ “คนอย่างเจ้านี่มัน!”
“แพ้แล้วก็คือแพ้ เจ้าต้องยอมรับ!” ลู่เฉินหัวเราะอย่างชั่วร้าย
หลังจากที่โจวอวี๋รู้ว่าตนเองไม่อาจหลบหลีกเรื่องนี้ได้อีกต่อไป เขาก็ต้องจำใจยอมรับมัน “คาดไม่ถึงว่าข้าจะต้องกลายเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของสำนักเก้าสุขสงบ แต่ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็ต้องบอกเคล็ดวิชาอสูรอัคคีเพลิงให้ข้าด้วย!!”
”ไม่ต้องรีบร้อนไป”
“เจ้าไม่รีบร้อน?” โจวอวี๋รู้สึกราวกับถูกหลอก ก่อนที่อีกฝ่ายจะอธิบายว่า “ข้าจะยอมบอกเจ้าก็ต่อเมื่อเจ้าเอาชนะในงานประลองสิบสำนักได้”
“เอาชนะในงานประลองสิบสำนัก