ำตอบสั้น ๆ ของลู่เฉินทำให้เจ้านิกายสาวรู้สึกขัดใจ “เจ้าอยู่เพียงขั้นกลั่นลมปราณแท้ ๆ แต่กลับหยิ่งยะโสนัก!”
“อักขระยันต์เยียวยานี้สามารถใช้ได้นานหนึ่งเค่อ*[1] หากเจ้าต้องการให้ข้าช่วยเจ้าในครั้งต่อไป เช่นนั้นก็จงหยุดพูดเรื่องไร้สาระเสียที!”
ปิงหลิวหลีได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
—–
บนยอดเขาที่อยู่ไม่ไกลนัก
สือเซียวจ้องมองไปยังคนทั้งสองที่อยู่ห่างออกไป โทสะของเขาครอบงำไปทั่วกาย “บัดซบที่สุด!”
ในขณะที่หลิวหยุนซานซึ่งติดตามมาไม่ห่างนั้น ด้วยความอับอายปนโทสะ เขาจึงขอร้องอ้อนวอนเสียยกใหญ่ “ศิษย์พี่สือ ท่านต้องล้างแค้นให้พวกเรา!”
“ล้างแค้น?”
อันที่จริงสือเซียวก็คิดอยากล้างแค้นเช่นเดียวกัน ทว่าเมื่อเขานึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันก็ทำให้เขาได้แต่เศร้าใจ “ถ้าเจ้าต้องการล้างแค้น เช่นนั้นก็ต้องจัดการไอ้หมอนั่นเสียก่อน เพื่อที่มันจะได้ช่วยสตรีนางนั้นไม่ได้!”
หลิวหยุนซานเห็นด้วย “ใช่ ถูกต้องอย่างที่ศิษย์พี่สือว่า หากสามารถจัดการลู่เฉินได้ สตรีนางนั้นก็ไม่ได้น่ากังวลอีกต่อไปแล้ว!”
สือเซียวเผยแววตาเย็นชา ตะโกนสั่งด้วยเสียงอันแข็งกร้าว “เจ้าจงไปล่อสัตว์อสูรให้มาล้อมพวกมัน!”
“ข้า? …ให้ข้าเป็นคนไปล่อหรือ?” หลิวหยุนซานตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ก่อนที่สือเซียวจะหยิบจี้หยกสีดำขนาดเล็กซึ่งมีกลิ่นหอมประหลาดออกมาจากแขนเสื้อ
“เจ้าเพียงถือมันไว้ แล้ววิ่งไปรอบ ๆ สองคนนั้น” สือเซียวเอ่ยอย่างเ