าคนโดยไม่กะพริบตา มีผู้ฝึกตนจากทวีปอื่นมากมายที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ จนเลือดเนื้อสาดกระจาย!”
เมื่อลู่เฉินได้ยินเรื่องนี้ เขาก็อดนึกถึงตัวเองเมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้วไม่ได้ จึงหัวเราะลั่น “นั่นมันก็เป็นเพียงความบ้าระห่ำของเด็กหนุ่มเท่านั้น!”
“แล้วนั่นไม่ใช่ดังเช่นตัวเจ้าหรอกหรือ?!” ปิงหลิวหลีกล่าวจบก็พลันลุกออกจากโต๊ะ ทิ้งลู่เฉินที่กำลังยิ้มขำกับอยู่กับตนเอง และไม่ได้พูดอะไรออกมา
อีกด้านหนึ่ง หลิวหยุนซานกำลังสอบถามสือเซียวด้วยความฉงน “ศิษย์พี่สือ สตรีนางนั้นแข็งแกร่งหรือไม่?”
“ก็แค่ขยะ!” สือเซียวตอบอย่างไม่สนใจ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิวหยุนซานก็เอ่ยอย่างมั่นใจว่า “ก็ดี ถ้านางกล้ายื่นมือมาช่วย เช่นนั้นท่านก็จัดการนางก่อน ส่วนเจ้าหัวขโมยนั่น ขอให้ข้าจัดการมันได้หรือไม่?”
“ปล่อยให้เจ้าจัดการน่ะรึ?” สือเซียวกวาดสายตาขึ้นลงขณะมองอีกฝ่าย
หลิวหยุนซานหยิบถุงเล็ก ๆ ออกมาพลางยิ้ม “ในนี้มีศิลาวิญญาณระดับต่ำอยู่หมื่นก้อน ข้ามอบมันให้ท่านเพื่อเป็นของบรรณาการ!”
“เจ้าเกลียดเขามากงั้นหรือ?” สือเซียวรับถุงนั้นมาด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
“ถ้าไม่ใช่เพราะมัน ข้าคงได้เข้าสำนักตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว!” หลิวหยุนซานกล่าวด้วยความเคียดแค้น ในขณะที่สือเซียวยิ้มและกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวล เมื่อพวกเขาออกจากเมืองนี้ เด็กคนนั้นจะถูกส่งตัวให้เจ้าทันที ทว่าอย่าทำให้ถึงตายเล่า เพราะข้าจำเป็นต้องจับมันกลับไปแบบเป็น ๆ!”
“ขอรับ!” หลิวหยุน