นถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
หญิงในชุดดำก็คือปิงหลิวหลี!
เจ้าสำนักสาวพลันกระแอมเบา ๆ และกล่าวว่า “ด้วยวิธีนี้ จะทำให้ไม่มีใครจำข้าได้!”
“เจ้ากลัวคนจะจำได้งั้นหรือ?”
“แน่นอน! เพราะหากมีคนจำได้ ศัตรูของข้าอาจฉวยโอกาสนี้กำจัดข้า!” ปิงหลิวหลีกลอกตา
”เจ้าเคยทำให้ใครหลายคนขุ่นเคืองใจรึ?”
เมื่อทราบว่านางมีศัตรูไม่น้อย ชายหนุ่มก็แสดงท่าทีอยากรู้อยากเห็นออกมา
ปิงหลิวหลีจ้องอีกฝ่ายเขม็ง “นี่เป็นเรื่องส่วนตัว ข้าไม่จำเป็นต้องบอกไม่ใช่หรือ?”
“เอาล่ะ ข้าไม่สนใจเรื่องไร้สาระของเจ้าแล้ว!” ลู่เฉินเอ่ยจบ เขาก็มุ่งหน้าไปยังหุบเขาเมฆาอสูร
เมื่อปิงหลิวหลีได้ยินดังนั้นก็พลันหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ทว่านางก็ทำได้เพียงติดตามไปอย่างเชื่อฟังเท่านั้น
”เจ้าพูดว่าสามารถรักษาอาการบาดเจ็บของข้าได้ใช่หรือไม่?”
”ใช่”
“แต่อาการบาดเจ็บของข้าไม่ได้รักษาง่ายถึงเพียงนั้น” ปิงหลิวหลีไม่เชื่อว่าลู่เฉินจะมีความสามารถมากพอ
“ในสายตาของข้า อาการที่เจ้าเป็นนั้นไม่รุนแรงแม้แต่น้อย” ลู่เฉินกล่าวอย่างไม่จริงจังนัก
ทว่าปิงหลิวหลีกลับร้อนใจขึ้นมา “แม้แต่หมอฉินที่มีวิชาแพทย์เก่งกาจที่สุดของสำนักยังรักษาข้าไม่ได้ แล้วเจ้าคิดว่าเจ้ามีความสามารถมากพองั้นรึ?”
“แน่นอน!”
“แน่นอนงั้นหรือ?” ปิงหลิวหลีสงสัยจริง ๆ ว่าความมั่นใจของลู่เฉินมาจากไหนนัก ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก
ปิงหลิวหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามออกมาอย่างไม่จริงจั