ี่รังเกียจที่สุดก็คือการดูหมิ่นและใส่ร้ายผู้อื่นเช่นนี้นี่แหละ!”
พลังปราณของลู่เฉินกระจายออก และแม้ว่าเขาจะอยู่เพียงขั้นกลั่นลมปราณระดับห้า ทว่าแรงกดดันของชายหนุ่มกลับทำให้บางคนในที่นี้ถึงกับแตกตื่นลนลาน ราวกับว่ามีผู้แข็งแกร่งปรากฎกายขึ้น!
หงซานจ้องมองกลับมา “เจ้าคิดจะทำอันใด คิดจะสู้กับข้างั้นหรือ?”
“ใช่!” ลู่เฉินเอ่ยจบก็ชี้ปลายกระบี่ไปหาชายผมแดง
ทุกคนคิดว่าลู่เฉินเป็นบ้าไปแล้ว!
หงซาน ผู้อาวุโสผมแดงแห่งสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้มีความแข็งแกร่งอยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ ในขณะที่ลู่เฉินอยู่เพียงขั้นกลั่นลมปราณเท่านั้น …ความห่างชั้นระดับนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ความกล้าจะสามารถทดแทนได้!
เมื่อหงซานเห็นอีกฝ่ายชี้กระบี่มาที่ตน เขาไม่เพียงแต่ไม่กลัวเท่านั้น ทว่าถึงขนาดหัวร่อออกมาทันที “ไอ้หนู ต่อให้ข้ายืนอยู่เฉย ๆ เจ้าก็ไม่อาจแม้แต่จะสะกิดผิวกายข้าได้หรอก!”
”โอ้… จริงหรือ?”
“แน่นอน!” หงซานเอ่ยจบ พลังปราณสีแดงเพลิงพลันพรั่งพรูออกมาไม่หยุด และมันก็ค่อย ๆ ห่อหุ้มรอบตัวเขาไว้
…ทันทีที่ลมปราณนี้แผ่ออกมา ไม่ใช่แค่ผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณเท่านั้น แม้แต่ขั้นหลอมแก่นแท้ด้วยกันก็ใช่ว่าจะทำร้ายเขาได้ง่าย ๆ!
ศิษย์สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่เห็นภาพนี้ต่างพากันส่งเสียงโห่ร้อง
“เจ้าหนู เจ้าบ้าไปแล้ว!”
“ช่างโอ้อวดหน้าไม่อาย!”
”คนไร้ยางอาย!”
ขณะเดียวกัน ผู้อาวุโสเฮยจากสำนักเก้าสุขสงบกลับเผยรอยยิ้มอันแปลกประหลาดออกมา “เจ้