ามารถเรียกกระบี่ปราณออกมาได้มากขนาดนี้เชียว?”
“นี่มัน!” ฉินหลินตกตะลึงนิ่งงันไปกับภาพตรงหน้า ในขณะที่ผู้เฒ่าอ้วนส่ายหน้า “เร็วเข้า รีบแต่งตั้งเขาเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์!”
แม้จะเรียกกระบี่ปราณมาได้ถึงห้าเล่มแล้วก็ตาม ทว่าชายหนุ่มยังไม่คิดที่จะหยุดแม้แต่น้อย
และขณะนี้ก็มีกระบี่ปราณปรากฏออกมามากถึงเก้าเล่ม!
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้เห็นภาพตรงหน้า ผู้อาวุโสเฮยกลับกล่าวอย่างเสียดายออกมาว่า “กระบี่ปราณเก้าเล่ม? เช่นนั้นแรงสะท้อนกลับก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก!”
หลังจากได้ยินเรื่องนี้ บรรดาผู้คนโดยรอบต่างตระหนักได้ในทันทีว่ากำลังมาถึงส่วนสำคัญของการทดสอบแล้ว!
ลู่เฉินหลับตาลง ปล่อยให้จิตสำนึกของเขาล่องลอยอยู่ในพื้นที่มืดมิดแห่งหนึ่ง
ในพื้นที่แห่งนี้มีภูตกระบี่อยู่ตนหนึ่ง รูปลักษณ์ของมันค่อย ๆ ปรากฏออกมาอย่างชัดเจน …กระทั่งเผยให้เห็นชายหนุ่มในร่างโปร่งแสงผู้หนึ่ง!
ชายคนนี้ก็คือวิญญาณกระบี่!
ย้อนกลับไปในตอนนั้น จิ่วโหยวได้ขอให้ลู่เฉินตั้งชื่อวิญญาณกระบี่ตนนี้
และเนื่องจากกระบี่เล่มนี้ได้รับการขัดเกลาโดยลู่เฉิน ชายหนุ่มจึงขนานนามมันว่า ‘สวีปิง’
เมื่อสวีปิงเห็นร่างจิตสำนึกของลู่เฉิน วิญญาณกระบี่ตนนั้นก็พลันแสดงท่าทีตื่นเต้น และทักทายเขาว่า “ผู้อาวุโส!”
“หนึ่งแสนปีมาแล้ว ทว่าเจ้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย!” ลู่เฉินมองดูพลางยิ้มออกมาเล็กน้อย
สวีปิงที่ได้ยินดังนั้นก็ตอบกลับด้วยความหวาดกล