ัว “ผู้อาวุโส ท่านเองก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลยเช่นกัน!”
“ข้าหรือ? ไม่เลย ข้าอ่อนแอนัก! ไม่เห็นหรือว่าตอนนี้ข้าอยู่เพียงขั้นกลั่นลมปราณระดับห้าเท่านั้น?” ลู่เฉินยิ้มอย่างขมขื่น
วิญญาณกระบี่พลันพูดอย่างกังวลว่า “ผู้อาวุโส นี่มันเกิดอันใดขึ้น?”
ลู่เฉินไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับการฝึกฝน
หลังจากได้ยินเรื่องนี้ สวีปิงก็กล่าวอ้อนวอน “ผู้อาวุโส ท่านพาข้าไปได้หรือไม่?”
“พาเจ้าไป?” ลู่เฉินไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
สวีปิงที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเศร้าเล็กน้อย “ตลอดแสนปีที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของข้าเลยสักคน…”
ลู่เฉินสัมผัสได้ถึงความเหงาของอีกฝ่าย จึงกล่าวว่า “เช่นนั้น เจ้าก็ตามข้าไปก่อนแล้วกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สวีปิงก็พลันตอบรับด้วยความตื่นเต้น “ขอรับ!”
“ตกลง! เช่นนั้นข้าจะออกไปก่อนแล้วกันนะ!” หลังจากที่ลู่เฉินกล่าวจบ จิตสำนึกของเขาก็กลับเข้าร่าง และลืมตาขึ้นอีกครา
ในขณะที่ลู่เฉินยืนอยู่ตรงนั้นคล้ายกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าทุกคนในที่นี้ต่างพากันตะลึงงันกับภาพตรงหน้า
เพราะเมื่อลู่เฉินเหยียดมือออก กระบี่ปราณทั้งเก้าพลันเกิดการเปลี่ยนแปลง
พวกมันค่อย ๆ ผสานรวมกัน ก่อนที่สิ่งของมายาจะกลายเป็นของจริง หลอมรวมกันเป็นกริชเล่มเล็กร่วงหล่นลงมาสู่กลางฝ่ามือของชายหนุ่มอย่างนิ่มนวล!
“น… นะ…. นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นถึงกับตะลึง และสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น